คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangยโสธร · เปลี่ยน

สืบสานพระราชปณิธานแห่งการให้ นิทรรศการ ‘คิดถึง..สมเด็จย่า’ ไร่แม่ฟ้าหลวง พื้นที่แห่งพระเมตตา

ที่มา: มติชน

สืบสานพระราชปณิธานแห่งการให้ นิทรรศการ ‘คิดถึง..สมเด็จย่า’ ไร่แม่ฟ้าหลวง พื้นที่แห่งพระเมตตา ‘ปลูกคน’ สู่ความยั่งยืนของแผ่นดิน

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมั่นคงในพระราชปณิธานที่จะสร้าง “โอกาส” และทางเลือก ให้ผู้คนสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ เพื่อเปลี่ยนชีวิตและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น ทั้งทรงเชื่อมั่นในความดีและศักยภาพของมนุษย์ ไม่ว่าผู้คนเหล่านั้นจะอยู่แห่งใดบนผืนแผ่นดินไทย

ด้วยความรัก เทิดทูน และความผูกพันที่พสกนิกรมีต่อพระองค์ จึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญา “สมเด็จย่า” ด้วยทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ไม่ถือพระองค์ และทรงห่วงใยราษฎรดั่งลูกหลาน โดยเฉพาะผู้คนในท้องถิ่นห่างไกล ในหลายพื้นที่จะเสด็จฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมนำความช่วยเหลือไปสู่ผู้คนเหล่านั้น เสมือนเสด็จจากฟากฟ้าลงมาปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย พสกนิกรจึงพร้อมใจกันกล่าวขานพระนาม “แม่ฟ้าหลวง” แม้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2538 แต่พระราชปณิธานยังคงได้รับการสืบสานและพัฒนา ผ่านองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ในเครือสยามพิวรรธน์กรุ๊ป ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ “สมเด็จย่า” ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ได้จัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 29 ตั้งแต่วันนี้-18 ตุลาคม 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 29 นำเสนอพระราชกรณียกิจในรูปแบบเส้นเวลา (Timeline) ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 จนถึงปัจจุบัน และจะพาย้อนกลับไปยังพื้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ “ไร่แม่ฟ้าหลวง” พื้นที่แห่งนี้สะท้อนพระเมตตาและพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมอาชีพและงานหัตถกรรมของชาวเขา สู่การเป็น “บ้าน” ของเยาวชนชาวเขาที่ได้รับโอกาสลงจากดอยมาเรียนหนังสือในเมืองและเรียนรู้ชีวิตร่วมกัน จนกลายเป็น “ไร่” ที่ไม่ได้เพียงปลูกพืชพันธุ์พฤกษา หากแต่มีพันธกิจในการ “ปลูกคน” ด้วย

“ที่ไร่แม่ฟ้าหลวง เราไม่ได้มุ่งปลูกพืชเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการ ‘ปลูกคน’ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จย่า ให้ทุกคนเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน มีความสามัคคี ปรองดอง และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน”

ปัจจุบัน เด็กและเยาวชนที่เคยได้รับการบ่มเพาะจากไร่แม่ฟ้าหลวง ต่างเติบโตอย่างมีคุณภาพ จบการศึกษาออกไปประกอบวิชาชีพที่หลากหลาย ทั้งทันตแพทย์และข้าราชการ รวมถึงมีลูกหลานกลับมาช่วยกันพัฒนาชุมชนและพื้นที่ดอยตุง ซึ่งเมื่อภารกิจด้านการศึกษาของเยาวชนสิ้นสุดลง ไร่แม่ฟ้าหลวง ซึ่งมีหอคำ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา อยู่ใจกลาง ยังคงเป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมล้านนา และพัฒนาเป็น “อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง” ในปัจจุบัน

นับเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงริเริ่ม มิได้หยุดอยู่เพียงสถานที่แห่งหนึ่ง หากได้หยั่งรากลงใน “คน” บ่มเพาะจนเติบโตเป็นพลัง เพื่อสานต่อพระราชปณิธาน และส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้ง องค์ความรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตจากดอยตุงและเชียงราย ได้ขยายผลไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ รวมถึงต่างประเทศ อาทิ เมียนมา อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย เพื่อสร้างความยั่งยืนและเปิดโอกาสให้ผู้คนพึ่งพาตนเองได้

ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ว่า “พระองค์จะเสด็จฯ ไปทรงประชุมและติดตามผลการดำเนินงาน ณ ดอยตุงเป็นประจำทุกปีนับแต่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต พร้อมทั้งทรงเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างมูลนิธิฯ ต่างๆ เช่น โครงการเลี้ยงแพะและสุกรของมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อส่งต่อการพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎร”

“ถึงแม้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะไม่ประทับอยู่กับเราแล้ว แต่สิ่งต่างๆ และแนวพระราชดำริที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้ พวกเราทุกคนยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนและดำเนินงานตามที่ทรงรับสั่งไว้อย่างดีที่สุด” ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ งาน “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 29 นี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก DoiTung Lifestyle หลากหลายประเภท รวมถึงผลงานและผลิตภัณฑ์พิเศษที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายเฉพาะภายในงาน อาทิ พรมรูปสัตว์ทะเล พรมลวดลายดอกไม้ กระเป๋าที่ผลิตจากเส้นใยพลาสติก Upcycling ภายใต้คอนเซ้ป Circular Economy ตลอดจนผลิตภัณฑ์ Ceramic พิเศษแบบชิ้นเดียว (One-of-a-kind) สะท้อนแนวคิดการผสานงานฝีมือ วัสดุ และการออกแบบเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีคุณค่าในเชิงสร้างสรรค์

พร้อมกันนี้ ยังมีการนำเสนอ DoiTung Everyday คอลเลกชันใหม่จากดอยตุง ที่นำงานหัตถกรรมมาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตประจำวัน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่ายโดดเด่นด้วยสีสันและรูปแบบร่วมสมัย ช่วยให้ผู้คนสามารถนำเสน่ห์ของงานคราฟต์มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ผู้มาชมนิทรรศการยังสามารถแวะเติมความสดชื่นกับเครื่องดื่มจาก DoiTung Cafe พร้อมลิ้มลองเมนูไฮไลท์ อาทิ Kokuto Latte เมนูซิกเนเจอร์กาแฟลาเต้ที่ผสานความหอมหวานกำลังดีของน้ำเชื่อมน้ำตาลอ้อยสไตล์ญี่ปุ่น และ Espresso Honey Lime & Ginger Ale กาแฟเอสเปรสโซหมักกับน้ำผึ้ง เติมความสดชื่นด้วยน้ำมะนาวและจิงเจอร์เอล ให้รสชาติหอมหวาน ซาบซ่า และชื่นใจ

ภายในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปทำ “ตุงใย” หรือ “ตุงดอกเข็ม” ให้ทุกคนได้มาสัมผัสงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนาด้วยตนเอง “ตุง” ซึ่งเป็นภาษาถิ่นเหนือ หมายถึงธงหรือเครื่องแขวนชนิดหนึ่ง เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา ทำจากเส้นด้ายหรือเส้นไหมหลากสีพันรอบโครงไม้ไผ่หรือไม้ขนาดเล็กที่ไขว้กันเป็นกากบาท จนเกิดเป็นลวดลายเรขาคณิตคล้ายใยแมงมุม “ตุงใย” ความพิเศษของด้ายที่นำมาทำเวิร์คช้อปครั้งนี้เป็นด้ายท้ายกี่ ซึ่งเป็นเส้นด้ายที่เหลือจากกระบวนการทอผ้าของแบรนด์ดอยตุง นำเส้นด้ายที่อาจไม่ได้ใช้ต่อกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ผ่านงานฝีมือ แทนการปล่อยให้กลายเป็นของเหลือทิ้ง เชื่อมโยงภูมิปัญญาล้านนาเข้ากับแนวคิด Circular Economy การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า หมุนเวียนวัสดุให้อยู่กับเราได้นานขึ้น และเปลี่ยนสิ่งที่เหลือให้กลายเป็นสิ่งที่มีความหมาย

สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. น. ทุกวัน พร้อมเพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีจาก สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มาร่วมสร้างบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงความร่มรื่นของไร่แม่ฟ้าหลวง วันละ 2รอบ เวลา 14.00-15.00 น. และ 17.00-18.00 น. โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 ตุลาคม 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม

ความคิดเห็น