“โรม” ลั่น เลวร้ายมาก เหตุ ป.ป.ช.ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ชี้ ข้อสงสัย ตัดตอน–วิ่งเต้น เริ่มมีมูล ซัด “อนุทิน” อย่าปัดความรับผิดชอบ เหตุเกิดใต้จมูก จี้เข้าแจง กมธ.-สางให้จริงจัง
10 ต.ค. 69 – นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน ทำให้ต้องปล่อยตัว ว่า
ตนมองว่า เลวร้ายมาก คดีประวัติศาสตร์ขนาดนี้ เป็นคดีที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทยครั้งหนึ่ง เป็นไปได้อย่างไรที่ฝากขังผู้ที่ถูกกล่าวหา แต่ติดปัญหาส่งฟ้องไม่ทัน ไม่ว่าจะอ้างด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า หากวันหนึ่ง เราต้องดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ หากเขาหลบหนี หรือไปยุ่งกับพยานหลักฐาน จะทำอย่างไร สุดท้ายที่ เรากล่าวหากันว่า อาจจะมีการตัดตอนการเมือง หรือพยายามช่วยเหลือวิ่งเต้น ก็มีมูล
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลอาจจะอ้างว่า ป.ป.ช. ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของตัวเอง แต่หาก ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง รัฐบาลก็ต้องตรวจสอบ เพราะเกิดขึ้นภายใต้จมูกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดังนั้น นายอนุทิน จะปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ เรื่องนี้จึงต้องดำเนินการต่อไป หากจะโยนว่าเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ ตนมองว่า ไม่สมเหตุสมผล เพราะเป็นเรื่องที่เกิดภายใต้กระทรวงมหาดไทย
หากรัฐบาลจะเอาจริงก็ทำได้ แต่เรื่องนี้อาจจะไปเชื่อมกับบุคคลสำคัญต่างๆ ภายใต้นายอนุทินหรือไม่ จึงทำให้เรื่องนี้ไม่มีการเอาจริง หรือนำไปสู่การปราบปรามเพื่อล้างบางการทุจริตที่เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราตามต่อแน่นอน และได้สั่งบรรจุพิจารณาเรื่องนี้ ในการประชุม กมธ. วันที่ 21 ตุลาคมนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เราใช้อำนาจของ กมธ. เรียกนายอนุทิน และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แต่ทั้งสองคนไม่มา ดังนั้นตามกฏหมายถือว่า เป็นบุคคลที่ไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ โดยทั่วไปหากเป็นข้าราชการประจำ ถือว่ามีความผิด ซึ่งคงจะต้องมีมาตรการต่อไป
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า หาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุว่า ไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่อง และทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ช่วยเหลือใครทั้งสิ้น ก็จงมาที่ กมธ. และใช้อำนาจจัดการกับคนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ทั้งหมด