รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติขายขีปนาวุธแพทริออต 500 ลูกให้ยูเครน มุ่งเสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศ หลังยูเครนร้องเรียนคลังอาวุธสกัดขีปนาวุธร่อยหรอ ยืนยันใช้เงินจากชาติพันธมิตร ไม่ใช่งบสหรัฐฯ
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติในหลักการให้จำหน่ายขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) จำนวน 500 ลูกแก่ยูเครน โดยการอนุมัติครั้งนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ต่อไป พร้อมยืนยันว่า การจัดซื้อขีปนาวุธแพทริออตครั้งนี้จะใช้เงินสนับสนุนจากการบริจาคของประเทศพันธมิตรยูเครน ไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทางการยูเครนร้องเรียนมาหลายสัปดาห์ว่า คลังขีปนาวุธสกัดกั้นของประเทศกำลังลดน้อยลง โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การจำหน่ายอาวุธครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของยูเครนในการรับมือกับภัยคุกคามทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบป้องกันขีปนาวุธแบบบูรณาการ
โดยขีปนาวุธแพทริออตถือเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของยูเครนในการสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธที่รัสเซียยิงโจมตี อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะสามารถส่งมอบอาวุธให้ยูเครนได้เมื่อใด
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังระบุว่า การขายอาวุธครั้งนี้จะสนับสนุนเป้าหมายนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มความมั่นคงให้แก่ประเทศพันธมิตรที่มีบทบาทต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของยุโรป
โดยก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครนตึงเครียดขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม หลังรัฐบาลวอชิงตันบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับน้ำมันดีเซลกับรัสเซีย ขณะที่ยูเครนยังกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ชะลอการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และระงับการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองบางส่วน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง หลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เข้าหารือกับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา.
ที่มา CNN