สมุทรปราการ สืบ สภ.บางแก้ว วางแผนแยบยล ใช้นกต่อ ปลอมเป็นคนไข้ ก่อนดักรวบ สมุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้าง DSI-ปปง. หลอกเงินสด 1.3 ล้าน นำตรวจสอบเส้นทางเงิน คดีฟอกเงิน-ยาเสพติด
16 ต.ค. 69 – เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ นำโดย พ.ต.ท.เจริญชัย หายทุกข์ รองผกก.สส.สภ.บางแก้ว พ.ต.ท.ดนัย แก้วน่าน สว.สส.สภ.บางแก้ว พ.ต.ท.อำนาจ แหวนทองคำ สว.สส.สภ.บางแก้ว
พร้อมด้วย เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม สภ.บางแก้ว นำโดย ร.ต.อ.ประติมากร สมสมัย รองสว.สส.สภ.บางแก้ว , ด.ต.ธนปภณภัทร บุญษา , ด.ต.เอกพงษ์ สกุลโชติ , จ.ส.ต.อภิศักดิ์ คงเยิน , ส.ต.อ.เบญจรงค์ กันเอ้ย , ส.ต.ท.ชนินทร์ บุญรอด และส.ต.ท.อิสรพงษ์ ดวงแก้ว
ร่วมกันวางแผนสกัดจับกุม หนุ่มในแก๊งคอนเซ็นเตอร์ โดยหลังจากที่มี ผู้เสียหายรายหนึ่ง โร่แจ้งความตอนตีสอง คืนวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า
ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็น เจ้าหน้าที่ DSI หลอกนำเงินสดรวม กว่า 1 ล้านบาท มามอบให้เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน หลังจากที่อ้างว่า ผู้เสียหายมีความผิดปกติ และอาจเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและยาเสพติด
ทันที ที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวนแล้ว พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เจริญชัย หายทุกข์ รองผกก.สส.สภ.บางแก้ว จึงเรียกประชุมด่วน ชุดสืบสวน เพื่อร่วมกันวางแผนจับกุมผู้เกี่ยวข้อง
โดยวางแผนร่วมกับผู้เสียหาย นัดส่งมอบเงินสดกัน ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในอำเภอบางพลี ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ที่แก๊งคอเซ็นเตอร์แอบอ้าง สวมชุดไรเดอร์มารับซองเงินสด ตำรวจฝ่ายสืบสวน จึงวางแผนดักจับกุม และทันที ที่ผู้เสียหายส่งมอบเงินเป็นที่เรียบร้อย
ฝ่ายสืบสวน จึงนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหารายแรก เอาไว้ได้ คือ นายกฤษเมธา อายุ 22 ปี พร้อมด้วย ของกลางเป็นเงินสดบรรจุในซองสีน้ำตาล รวมเงิน 1,300,000 บาท
โดยผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ และอ้างว่า เป็นเพียงคนทำหน้าที่มารับเงิน จากผู้เสียหาย เพื่อนำไปส่งมอบให้กับ นายเอกรินทร์ อีกทอดหนึ่ง
ตำรวจฝ่ายสืบสวนของสภ.บางแก้ว จึงขยายผล ด้วยการวางแผนทำทีให้ นายกฤษเทธา แจ้ง นายเอกรินทร์ ว่า ตนเองประสบอุบัติเหตุรถล้ม และต้องไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาล
โดยตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ประสานกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มารับตัว นา กฤษเมธา ไปส่งรพ แล้วให้ทางผู้ต้องหารายนี้ โทรศัพท์และถ่ายรูปกลับไปยัง นายเอกรินทร์ ว่าอยู่ในรถพยาบาล กำลังไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จึงให้ นายเอกรินทร์ เดินทางมารับเงินจากตนเองที่โรงพยาบาล
ฝ่ายสืบสวนของสภ.บางแก้ว จึงให้ นายกฤษเมธา ทำทีเป็นคนไข้นั่งรถวิวแชร์ เพื่อรอส่งมอบเงินที่ได้มาจากผู้เสียหาย โดยฝ่ายสืบสวนเฝ้ารอ จนกระทั่ง นายเอกรินทร์ ปรากฏตัวและเดินเข้าหานกต่อ จึงเข้าจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้พร้อมของกลาง
พ.ต.ท.เจริญชัย หายทุกข์ รองผกก.สส.สภ.บางแก้ว เปิดเผย ได้รับแจ้งเหตุจาก ผู้เสียหาย อายุ 29 ปี ว่าได้ถูกมิจฉาชีพอ้างว่าเป็น เจ้าหน้าที่ DSI และ ปปง. แล้วให้ผู้แจ้งเพิ่มเพื่อนทางไลน์ และได้วิดีโอคอล ซึ่งผู้แจ้งเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินจำนวน 49,000 บาท และได้เบิกเงินสดที่ธนาคาร จำนวน 500,000 บาท ไปให้คนร้ายที่ 1
โดยคนร้ายได้สวมชุดไรเดอร์ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ ทะเบียน กทม. มีกระเป๋าอยู่ท้ายรถ จอดอยู่ที่จุดจอดรถบริเวณหน้าร้านกาแฟสาขาเมกาบางนา
จากนั้นผู้แจ้งจึงได้ นำเงินสดจำนวน 500,000 บาท ไปใส่ไว้ที่กระเป๋า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว แล้วคนร้ายก็ได้ขับออกไป จากนั้นต่อมาคนร้ายก็ได้บอกให้ผู้เสียหายให้นำเงินสดที่เหลือในบัญชีไปให้อีกในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น.
เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้วางแผนเข้าจับกุม โดยให้ผู้เสียหายนัดกับ กลุ่มมิจฉาชีพให้มาภายในห้างเมกาบางนา ต่อมาได้มี นายกฤษเมธา หรือปอร์เช่ แข็งขัน อายุ 22 ปี (ผู้ต้องหาที่2) ขับรถจักรยานยนต์คันเดียวกับที่มาเอาเงินเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ขับมาจอดบริเวณจุดจอดรถจักรยานยนต์ข้างร้านกาแฟ สาขาเมกาบางนา
จากนั้น ผู้เสียหาย ได้เดินถือซองสีน้ำตาลภายในมีเงินสด จำนวน 1,300,000 บาท ได้นำมาใส่ในกระเป๋าไลน์แมนที่เปิดอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ได้
ต่อมา จึงได้วางแผนขยายผล โดยออกอุบายว่า ประสบอุบัติเหตุ ไม่สามารถเดินทางได้ กลุ่มมิจฉาชีพ แจ้งว่าจะนำคนมารับเงินสดจำนวนดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงออกอุบายนัดแนะที่โรงพยาบาล
ต่อมาเวลาประมาณ 13.15 น. ได้มี นายเอกรินทร์ หรือเอก หาญวัง อายุ 22 ปี (ผู้ต้องหาที่2) เป็นผู้มารับเงินจำนวนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการแสดงตัวและควบคุมตัวไว้
จากนั้นได้นำตัวนายเอกรินทร์ สอบสวนขยายผล ตามจับผู้ร่วมขบวนการรายใหญ่ ที่ สภ.บางแก้ว