“ยศชนัน” ชูพืชสวนโลกอุดรธานี เป็นงานแห่งโอกาส ดัน Smart Farming ต่อยอด Wellness-สมุนไพร สร้างเกษตรมูลค่าสูง ด้าน “ปลัดเกษตรฯ” คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ว่า การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องดอกไม้หรือสวน แต่เป็นเรื่องของอนาคตและโอกาส โดยนำนวัตกรรมทางการเกษตร เช่น Smart Farming และ Precision Farm มาต่อยอดสู่ต้นทางอุตสาหกรรม Wellness และสมุนไพร เพราะที่อุดรธานี และจังหวัดในภาคอีสานมีความได้เปรียบในส่วนนี้ โดยในส่วนของสวน จะเป็นอนาคตและโอกาสของลูกหลานชาวอุดรธานี
นายยศชนัน ยังย้ำว่าการศึกษาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมีความสำคัญ เช่น การนำเกษตรมาแปรรูป เรื่องเกี่ยวกับปุ๋ย การท่องเที่ยว จึงอยากเชิญชวนเยาวชน ผู้ปกครอง มาร่วมชมงานนี้ ที่ถือว่าเป็นงานแห่งโอกาสของทุกคน
ทั้งนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรอุดรธานี จะมีการพูดคุยเรื่องนี้ ว่าหลังจากจบงานพืชสวนโลกแล้ว เราจะทำอะไรบ้าง แต่เบื้องต้นได้ระยะเวลา 4 เดือนที่จะเกิดขึ้น ชาวอุดรธานีและคนไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพที่ดีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจให้เป็นเกษตรที่มีมูลค่าสูงขึ้นมา
ด้าน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุถึงความพร้อมของพื้นที่จัดงาน 1,030 ไร่ ว่าอาคารสถานที่และพืชสวนมีความพร้อม 100% พร้อมจัดเตรียมระบบสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งรถกอล์ฟ Shuttle Bus บริการรับ-ส่งหมุนเวียนตลอดทั้งวันตามจุดไฮไลต์ 13 จุด เพื่อรองรับพี่น้องประชาชน สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในขณะนี้ โดยปกติในช่วงนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ซึ่งเราได้ดูพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าในสัปดาห์หน้าจังหวัดอุดรธานีจะมีอากาศที่เย็นลง และเป็นอากาศที่ดีแน่นอน พร้อมย้ำว่าขณะนี้ได้เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว
สำหรับเรื่องระบบรถ ประชาชนสามารถเดินทางโดยรถสาธารณะมาลงที่บริเวณด้านหน้างาน แล้วเดินเข้างานข้ามสะพานหรือใช้บริการรถกอล์ฟ Shuttle Bus ที่ให้บริการตามจุดต่างๆ มี 13 จุดหลักหมุนเวียนตลอดทั้งวันตั้งแต่เปิดบริการจนถึงปิดบริการ ไม่ต้องห่วงว่าจะดูแลไม่ดี ซึ่งวันนี้เป็นการเปิดให้บริการในวันแรกหากเราเห็นว่าตรงไหนที่ยังมีปัญหาทางทีมงานจะเร่งดำเนินการแก้ไข
ขณะที่ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมถึงความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ในการจัดพืชสวนโลก ว่า ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประเมินเม็ดเงินที่จะสะพัดในช่วง 4 เดือนของการจัดงานไว้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท สร้างรายได้หมุนเวียนในเมืองรองและจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ยังมองข้ามช็อตไปถึงการใช้พื้นที่หลังจบงานให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อให้ชาวอุดรธานีและเกษตรกรได้ใช้เป็นพื้นที่ค้าขาย แสดงสินค้า และเป็นเวทีประกาศความอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยให้ชาวโลกได้รับรู้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมการ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) มองว่าเป็นเรื่องที่มากกว่าการทำการเกษตร รวมถึงสวนต่างๆ เพราะสุดท้ายภายหลังการจัดงาน พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้ชาวอุดรธานีเข้ามาใช้ประโยชน์ในทุกมิติ และสร้างรายได้นำสินค้าเกษตรมาขายและจัดแสดง