คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangยะลา · เปลี่ยน

รวบตัวแล้ว "หนุ่มแพ้เสียงแตร" อ้างถูกเฉี่ยวชนก่อน ไม่รู้คนขับเป็นผู้หญิง

ที่มา: ไทยรัฐ

รวบตัวแล้ว "หนุ่มแพ้เสียงแตร" ชกเบ้าตาสาวขับเก๋ง ที่ห้าแยกลาดพร้าว อ้างถูกเฉี่ยวชนก่อน โมโหที่อีกฝ่ายไม่ยอมลงมาคุย ไม่รู้เป็นผู้หญิง ยันไม่เคยก่อเหตุโชกโชน ถ้าไม่เจอคนก่อกวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 ต.ค. เวลา 19.50-20.00 น. มีชายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบทะเบียน ยี่ห้อ ก่อเหตุทุบกระจกหน้ารถเก๋ง ฮอนด้า แจ๊ส ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ของ น.ส.พรินทร์ชนม์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี พร้อมกับชกเข้าที่เบ้าตาซ้ายจนฟกช้ำเขียวห้อเลือด เพราะไม่พอใจที่ผู้เสียหายบีบแตร ซึ่ง น.ส.พรินทร์ชนม์ ได้เข้าแจ้งความไว้กับพ.ต.ท.ศักดินาถ หนูฉ้ง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน เรียบร้อยแล้ว

โดย น.ส.พรินทร์ชนม์ เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวานนี้ (22 ต.ค.) ตนได้ขับรถยนต์มาถึงบริเวณใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว เลยจุดกลับรถหน้าห้างยูเนี่ยนมอลล์ ระหว่างนั้นรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุและรถยนต์ของตนได้ขับมาในเลนเดียวกัน จนมาถึงจุดกลับรถใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว รถจักรยานยนต์พยายามที่จะเบรกเพื่อกลับรถ ทั้งที่เลยทางกลับรถมาแล้ว ทำให้ตนบีบแตรเตือนสั้น ๆ 1 ครั้ง ส่วนจะมีการเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ด้วยหรือไม่ ตนไม่ทราบเลย

จากนั้นตนก็ได้ขับรถมุ่งหน้าไปทางสวนจตุจักร ซึ่งขณะนั้นการจราจรค่อนข้างติดขัด จึงทำให้ผู้ก่อเหตุเดินมาที่รถของตน ก่อนจะกระชากประตูพร้อมกับทุบกระจกด้านข้างฝั่งคนขับ และมีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งตนพยายามยกมือไหว้ขอโทษตั้งแต่ในรถแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุก็ไม่พอใจ จากนั้นกระโดดขึ้นบนฝากระโปรงหน้ารถและใช้เท้ากระทืบกระจก จนกระจกรถด้านหน้าแตกร้าว ทำให้ตนตกใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก จากนั้นได้กระโดดลงมาตรงประตูด้านหน้าข้างฝั่งคนขับ และพยายามจะเปิดประตูรถอีกครั้ง โดยมีการใช้มือทุบกระจกแล้วตะโกนว่า “ออกมา ออกมา ออกมา” ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจมากและไม่มีใครมาช่วย ทำให้ตอนนั้นตัดสินใจเปิดประตูออกมา เพื่อที่จะมีการเจรจาและพยายามยกมือไหว้ขอโทษ แต่คู่กรณีไม่พอใจแล้วชกที่ใบหน้าตน 1 ครั้ง บริเวณเบ้าตาซ้ายจนเขียวช้ำ

น.ส.พรินทร์ชนม์ เผยอีกว่า ตนคิดว่าผู้ก่อเหตุได้มีการระบายอารมณ์จนสะใจแล้วจึงเดินออกไปจากรถตน ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นไม่สามารถที่จะบันทึกป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ตนจึงอยากจะขอวิงวอนผู้ที่เห็นเหตุการณ์หรือมีภาพกล้องหน้ารถ ช่วยนำมามอบให้กับตำรวจเพื่อช่วยเหลือตนในการดำเนินคดี

ตนจำได้ว่าผู้ก่อเหตุสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินเข้ม และสวมหมวกกันน็อก ได้มีการเปิดหน้ากากหมวกกันน็อกไว้ทำให้ตนพอจำหน้าตาได้ หากพลเมืองดีท่านใดมีหลักฐานเพิ่มเติมที่บันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้ ขอให้นำหลักฐานมาส่งให้ตำรวจ หรือแจ้งผ่านสื่อมวลชนเพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ หากผู้ก่อเหตุจะเอากระเช้าดอกไม้มาขอโทษนั้น ตนว่า กระเช้าอย่างเดียวไม่พอแน่นอน ลองคิดดูว่าถ้ามันเป็นลูกสาวคุณ คุณจะรับกระเช้าไหม แต่ถ้าวันเกิดเหตุ มีการอ้างว่าตนมีการเฉี่ยวชนจริง ตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ ยืนยันว่าดำเนินคดีถึงที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีการเฉี่ยวชนกันบริเวณถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้าตรงข้ามห้างยูเนี่ยนมอลล์ จนฝ่ายคนขี่รถจักรยานยนต์โมโห และลงมาก่อเหตุตามคลิปวิดีโอ เบื้องต้นผู้เสียหาย ถูกต่อยเข้าที่เบ้าตา 1 ครั้ง จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.พหลโยธิน เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อก และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ แต่จะเร่งตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว

อนึ่ง เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ พร้อมเตรียมตรวจระดับแอลกอฮอล์และยาเสพติดในร่างกายด้วย ส่วนกรณีที่เกิดการเฉี่ยวชนกัน ซึ่งเป็นปมเหตุนั้น ยังต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเฉี่ยวชนกันอย่างไร ใครถูกหรือผิดก็จะแยกดำเนินคดีต่างหาก

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้ เคยก่อเหตุเอาหินขว้างกระจกรถเก๋งจนแตก เพราะไม่พอใจที่ถูกบีบแตรใส่ จำนวน 2 คัน ซึ่งผู้เสียหายทั้ง 2 คน 2 เหตุการณ์ได้แจ้งความไว้ที่ สน.ตลิ่งชัน และยังมีที่ สน.บางโพ อีก 1 คดี ซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้หญิงทั้งหมด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้ว คาดติดตามตัวได้เร็วๆ นี้

ต่อมาเมื่อเวลา 19.30 น. ที่ สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ได้เชิญตัวนายณัฐนนท์ หรือ นายเล้ง อายุ 19 ปี ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงอายุ 27 ปี ขณะติดไฟแดงที่ห้าแยกลาดพร้าว มาสอบปากคำ

ซึ่งขณะควบคุมตัวเข้าห้องสืบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามมูลเหตุจูงใจ รวมถึงวีรกรรมตามที่โซเชียลกล่าวอ้างว่ามีพฤติกรรมแบบนี้บ่อย นายณัฐนนท์ บอกว่า ตนเองไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่กล่าวอ้าง ถ้าหากไม่เจอคนที่มีพฤติกรรมก่อกวน

ทีมข่าวจึงถามต่อว่า ทำไมถึงทำร้ายร่างกายทั้งที่ผู้เสียหาย เป็นผู้หญิง ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ถ้ารู้ว่าผู้เสียหายเป็นผู้หญิง ก็คงไม่ทำแบบนั้น

สำหรับมูลเหตุจูงใจ นายเล้งอ้างว่า ตนเองถูกผู้เสียหายขับรถเฉี่ยวชนก่อน แต่ผู้เสียหายไม่ยอมจอดรถลงมาพูดคุย ตนเองจึงขี่รถจักรยานยนต์ตามไป พยายามตะโกนเรียก แต่ผู้เสียหายก็ไม่ยอมลงมา จึงทำให้ตนเองเกิดความโมโห แล้วตนเองยอมรับผิดรู้สึกสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทราบในภายหลังว่าผู้เสียหายเป็นผู้หญิง

อย่างไรก็ตามคืนนี้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน จะเร่งสอบปากคำแล้วพิจารณาแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้นัดหมายให้ผู้เสียหายและทนายความมาชี้ตัวยืนยันผู้ก่อเหตุ

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น