คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangยะลา · เปลี่ยน

พริษฐ์ ชูธีมซักฟอก ‘กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหารายวัน’ พร้อมหารือฝ่ายค้าน ยื่นอภิปราย 152

ที่มา: ข่าวสด

‘พริษฐ์’ ชูธีมซักฟอกรัฐบาล ‘กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาแค่รายวัน’ พร้อมหารือฝ่ายค้านยื่นอภิปราย 152 เล็งใช้ 3 แนวทางใช้เวทีสภาฯ แก้ปัญหาประชาชน

เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ว่า พรรคฝ่ายค้านเราพร้อมแล้วทั้งเรื่องของเนื้อหา ข้อมูลหลักฐาน รวมถึงการจัดสรรเวลาให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่เราได้รับมา เพียงแค่วันอภิปรายเป็นช่วงต้นเดือน ธ.ค.

ซึ่งเราดำเนินการ 2 อย่าง คือ 1.ในส่วนของหัวข้อที่อยู่ในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว เราจะติดตามท่าทีของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดว่ามีการกระทำใดๆ ที่ไปซ้ำเติมปัญหาหรือมีการกระทำใดๆ ที่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อพยายามจะปกปิดพยานหลักฐานหรือไม่ หากมีการกระทำเช่นนั้นคงต้องมารวมอยู่ในเนื้อหาของการอภิปรายด้วย

2.หากมีหัวข้อหรือเหตุการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในเดือน พ.ย. ที่เราเห็นว่าเข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบ การทุจริตคอร์รัปชันหรือการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก็อาจเป็นหัวข้อหรือเหตุการณ์ใหม่ที่เราเติมเข้ามาในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเช่นกัน

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเตรียมขุนพลที่จะอภิปรายไว้ประมาณกี่คน นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องจำนวนคนขอให้ใกล้ถึงเวลาแล้วค่อยให้ข้อมูลน่าจะดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าจากวันนี้ถึงวันที่อภิปรายจะมีหัวข้อหรือเหตุการณ์อะไรที่เข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่

แต่โดยรวมสิ่งที่เราพยายามจะชี้ให้เห็นถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ คือ หลายปัญหาที่ประชาชนประสบพบเจอที่ผ่านมา ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง น้ำท่วม การทุจริตคอร์รัปชัน หรือระบบอุปถัมภ์ที่เราเห็นกันหลายในแวดวง รัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา และในหลายกรณีรัฐบาลหรือคนในรัฐบาลกลับเป็นต้นตอของปัญหาด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากจะสรุปให้เห็นภาพ ตนจะใช้ว่าข้อกล่าวหาที่เรากล่าวหารัฐบาล คือ “การกินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาแค่รายวัน” คำว่ากินรวบ คือ การพยายามเข้ามาโกงการเลือกสว. หรือใช้อำนาจโดยมิชอบที่พยายามจะทำลายกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล และทำให้ระบบการเมืองไทยตกอยู่ในสภาวะที่ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด คือการกินรวบหรือควบคุมสถาบันทางการเมืองต่างๆ

สำหรับการโกยเรียบ หมายถึงสารพัดการโกง เช่น การโกงงบประมาณแผ่นดินผ่านโครงการบางโครงการที่อาจจะมีข้อครหาเรื่องความโปร่งใส การโกงโอกาสประชาชน เช่น การโกงสอบท้องถิ่น

ส่วนการแก้ปัญหารายวัน เราจะชี้ให้เห็นว่าหลายปัญหาที่ประชาชนพบเจอ ทั้งเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจปากท้องที่สืบเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานหรือวิกฤตน้ำท่วม ที่เราเห็นแล้วว่ารัฐบาลล้มเหลวในการวางแผนและคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า จนตกอยู่ในสภาวะที่ต้องมาแก้ปัญหารายวัน นี่เป็นภาพรวมที่เราต้องการนำเสนอในส่วนของข้อกล่าวหารัฐบาล

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละบุคคลต้องขอสงวนไว้จนถึงวันอภิปราย เพราะหากข้อสอบรั่วก่อนก็มีความเสี่ยงที่ทางรัฐบาลอาจจะไปปกปิดพยานหลักฐานหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้น ฝ่ายค้านจึงขอสงวนสิทธิ์ไว้ ยังไม่สามารถเปิดเผยเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละคนได้

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับพรรคกล้าธรรมเรื่องแบ่งเวลาการอภิปรายแล้วหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า มีการหารือเบื้องต้น ซึ่งเรามีความเข้าใจตรงกัน 2 เรื่อง คือ 1.ญัตตินี้เป็นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น เนื้อหาของสมาชิกที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายจะต้องเป็นไปในท่วงทำนองของการอภิปรายเสนอเหตุผลว่า ทำไมจึงไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดที่อยู่ใน 18 รายชื่อที่มีการยื่นอภิปรายไป

และ 2.แม้พรรคกล้าธรรมอาจจะมองว่ามีสิทธิ์ในฐานะสมาชิก แต่พรรคกล้าธรรมไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสนอญัตติ ฉะนั้น การแบ่งเวลาก็ต้องสะท้อนถึงน้ำหนักที่แตกต่างกัน

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ควบคู่กับญัตติการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 มีการตกผลึกกันแล้วหรือไม่ว่า ต้องย้ำว่าสมาธิหลักของเราก็จะมุ่งเป้าไปที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน ธ.ค.

แต่เมื่อไปอยู่ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ฝ่ายค้านก็ต้องมาขบคิดต่อว่าเราจะใช้เวลาของสภาฯ ในช่วงเดือน พ.ย. อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งเป้าหมายของฝ่ายค้านมีตรงกัน คือ จะใช้เวลาในสภาในช่วง พ.ย. อย่างไร เพื่อมุ่งเป้าแก้ไขปัญหาที่ประชาชนพบเจออยู่ รวมถึงการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การเสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 เป็นเพียงกลไกหนึ่งที่ถูกเสนอโดยสมาชิกบางส่วนจากชื่อฝ่ายค้าน แต่ความจริงยังมีอีกหลายกลไกที่สามารถใช้เพื่อเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาประชาชนและตรวจสอบรัฐบาลได้ เช่น กลไกที่ 1 ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอญัตติเข้าไป เพื่อหารือแนวทางเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณในปี 2571

เพราะปัจจุบันเราก็เห็นว่า รัฐบาลมีท่าทีที่ต้องการเพิ่มกระบวนการในการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับงบประมาณปี 2571 ก่อนที่จะจัดทำงบประมาณ หรือที่รัฐบาลเรียกว่า Pre-budget consultation ซึ่งเรามองว่าหากจะมีการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้านก็ควรที่จะเสนอญัตติเข้าไปในที่ประชุมสภาฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกัน เพื่อจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนปัญหาที่ประชาชนกำลังพบเจอในด้านต่างๆ

กลไกที่ 2 คือ การผลักดันกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ในสภาที่เราเห็นว่าน่าจะสามารถดึงมาพิจารณาในช่วงเดือน พ.ย.ได้ ไม่ว่าจะเป็น ชุดกฎหมายที่เกี่ยวกับการยกระดับสิทธิเสรีภาพของประชาชน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลรัฐอย่างโปร่งใส เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมลพิษสารพิษ รวมถึงการกำกับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม

ส่วนกลไกสุดท้าย คือ การใช้เดือน พ.ย. ในการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณากฎหมายที่ต้องพิจารณาร่วมกันระหว่าง สส. และ สว. ไม่ว่าจะเป็น ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มี สส.ของพรรคประชาชน ได้เสนอเข้าไป เกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีความโปร่งใสมากขึ้น คือ ไม่ได้เปิดเผยแค่ 180 วัน แต่เปิดเผยตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งหรือเลยไปอีกสักระยะ

รวมถึงการเปิดเผยในรูปแบบที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ และทำให้ประชาชนมีอาวุธในการตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเกี่ยวกับการคืนสิทธิ์ประชาชนสามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้ เพราะที่ผ่านมาเราเห็นปัญหาองค์กรอิสระเป็นอิสระจากการที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

เมื่อถามว่า สมาชิกบางส่วนที่เสนอให้เปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 นั้น เป็นสมาชิกของพรรคประชาชนหรือฝ่ายค้านพรรคอื่นด้วย นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราก็รับฟังความเห็นจากหลากหลายทาง แต่ไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร ฝ่ายค้านก็คงจะต้องหารือร่วมกัน เพื่อให้ดำเนินการอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น