คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangยะลา · เปลี่ยน

ช่างเอ๋ ส่องานเข้า? โอนเงินมูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา เข้าบัญชีตัวเอง 24 ล้าน

ที่มา: The Thaiger

ช่างเอ๋ ส่องานเข้า? โอนเงินมูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดา เข้าบัญชีตัวเอง 24 ล้าน

รายการ Phutta Talk เปิดเผยหลักฐานใหม่ในคดีตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี และบัญชีส่วนตัวที่ใช้รับบริจาคของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หลังจากที่ เอ๋ อภิชาติ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้ออกมาเปิดโปงก่อนหน้านี้ว่าได้รับเงินโอนจากบัญชีองค์กรทำดีรวม 45 ล้านบาท แล้วถูก ก๊อต อธิป สามีของบุ๋ม สั่งให้ซอยยอดโอนเงินทั้งหมดกลับคืนเข้าบัญชีส่วนตัวของก๊อต

ล่าสุดจากการตรวจสอบรายการเดินบัญชีอย่างละเอียดกลับพบว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้ถูกโอนไปให้ก๊อตทั้งหมด แต่ไหลเข้าสู่บัญชีส่วนตัวและบริษัทอีกแห่งหนึ่งของช่างเอ๋เองรวมกว่า 24.5 ล้านบาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ก๊อต อธิป ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรมเป็นครั้งแรก ระบุว่าไม่ได้นิ่งเฉยหรือหลบหนีไปไหน ขณะนี้กำลังปรึกษาทีมกฎหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนและหน่วยงานภาครัฐเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชนได้ โดยมีรายงานว่าบุ๋มได้พบกับก๊อตและสอบถามถึงเรื่องเงิน 45 ล้านบาทแล้ว แต่ก๊อตยังไม่ได้ให้คำตอบในเรื่องนี้

เมื่อทีมข่าวตรวจสอบสเตทเมนต์บัญชีธนาคารของช่างเอ๋ทั้ง 4 บัญชี ได้แก่ บัญชีบริษัท โมจิเฮ้าส์ จำกัด บัญชีบริษัท วสุวรรณ จำกัด และบัญชีส่วนตัวชื่อนายอภิชาติ อีก 2 ธนาคาร จากการตรวจสอบเส้นทางเงินก้อนใหญ่ 45 ล้านบาท ที่บัญชีองค์กรทำดีโอนเข้ามายังบริษัท โมจิเฮ้าส์ จำกัด ของช่างเอ๋ ในวันที่ 23 ธันวาคม 2568 และวันที่ 5 มกราคม 2569 พบว่าทันทีที่เงินเข้าบัญชี ช่างเอ๋ไม่ได้โอนเงินกลับไปให้ก๊อตเพียงคนเดียวตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้

ข้อมูลจากสเตทเมนต์ระบุว่า เงินจำนวน 45 ล้านบาท ถูกแบ่งโอนออกไปเป็น 3 ส่วนด้วยวิธีการซอยยอดเป็นก้อนย่อยไม่ให้เกิน 2 ล้านบาทและมีเศษสตางค์เหมือนกันทั้งหมด โดยส่วนแรกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของ ก๊อต อธิป รวมเป็นเงิน 20,649,672.53 บาท ส่วนที่สองโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของนายอภิชาติเอง รวมเป็นเงิน 12,231,264.03 บาท

ส่วนที่สามโอนเข้าบัญชีบริษัท วสุวรรณ จำกัด ซึ่งมีช่างเอ๋เป็นเจ้าของอีกเช่นกัน รวมเป็นเงิน 12,325,420.50 บาท เมื่อนำยอดเงินที่ไหลเข้าบัญชีส่วนตัวและบริษัทของช่างเอ๋มารวมกัน พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 24,556,684.53 บาท ซึ่งมากกว่ายอดเงินที่โอนไปให้ก๊อต

ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเหตุใดช่างเอ๋จึงต้องใช้วิธีซอยยอดเงินโอนเข้าบัญชีของตนเองในลักษณะเดียวกับที่อ้างว่าก๊อตสั่งให้ทำ

นอกจากปมเงินโอนเข้าบัญชีตัวเองแล้ว ช่างเอ๋ยังเผชิญกับข้อกังขาด้านกฎหมายจากกรณีที่ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความส่วนตัว ไปเปิดเผยในรายการโทรทัศน์ว่ามีคลิปวิดีโอสาธิตการเซ็นลายเซ็นของบุ๋มส่งมาให้ช่างเอ๋เซ็นตามเพื่อใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างที่จังหวัดภูเก็ต

ด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด วิเคราะห์ข้อกฎหมายในประเด็นนี้ว่า หากช่างเอ๋รับรู้และลงมือปลอมลายเซ็นตามคลิปจริง จะไม่สามารถอ้างตัวเป็นผู้เสียหายได้ แต่จะตกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมทันที

ส่วนกรณีที่บุ๋มชี้แจงว่าเอกสารที่ภูเก็ตเป็นการขออนุญาตสร้างบ้านพักส่วนตัวเพียง 1 หลัง ไม่ใช่พูลวิลล่า ทนายเกิดผลระบุว่าหากตรวจสอบพบว่าเงินที่นำมาจ่ายค่าสร้างบ้านมาจากบัญชีที่เปิดรับบริจาค ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักส่วนตัวหรือพูลวิลล่าก็ถือว่าผิดวัตถุประสงค์และเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังได้ขยายผลตรวจสอบผู้รับเหมารายอื่นที่เข้าไปรับงานก่อสร้างภายในอาณาจักรของมูลนิธิองค์กรทำดี จังหวัดปทุมธานี หลังจากทนายกุ้งออกมาโพสต์ข้อมูลว่ามีผู้รับเหมาก่อสร้างมูลนิธิที่ปทุมธานีอีกรายหนึ่งติดต่อเข้ามา โดยระบุว่าได้รับเงินค่าจ้างจากบัญชีมูลนิธิแล้วต้องโอนเงินกลับคืนไปยังบุคคลใกล้ชิดของบุ๋มกว่า 10 ล้านบาท จ

ากการสอบถามช่างรับเหมาที่สร้างอาคารศาลเจ้ามูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ช่างยอมรับว่าก๊อตเป็นผู้ดูแลหน้างานและจัดหาผู้รับเหมาทั้งหมด แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าได้รับเงินจากบัญชีใดและมีการโอนทอนเงินคืนหรือไม่ โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อปรึกษาทนายความ

ส่วนผู้รับเหมาอีกรายที่รับงานก่อสร้างอาคารศูนย์อาหารข้าวแกงนางงาม 10 บาท มูลค่า 3 ล้านบาท ได้นำสลิปการรับเงินทั้ง 4 งวดมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยยืนยันว่าได้รับเงินค่าจ้างครบถ้วนตามจริงและไม่มีการโอนทอนเงินคืนให้ใคร อย่างไรก็ตาม ในหลักฐานสลิปที่ก๊อตส่งมาให้ช่างรายนี้กลับพบพิรุธหลายจุด เช่น งวดแรกยอด 360,000 บาท โอนจากบัญชีองค์กรทำดี แต่มีการลบข้อความท้ายชื่อบัญชีคำว่า โดย นางสาวปนัดดา ออกตั้งแต่ต้นทาง งวดที่สามยอด 480,000 บาท มีการตัดภาพส่วนหัวสลิปออกจนไม่เห็นชื่อผู้โอน และงวดสุดท้ายยอด 1,080,000 บาท โอนเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 กลับใช้บัญชีส่วนตัวของก๊อตเป็นผู้โอนเงินให้ช่างโดยตรง ซึ่งตรงกับช่วงเวลาหลังจากที่ช่างเอ๋เพิ่งซอยยอดโอนเงินจากมูลนิธิกลับไปให้ก๊อตเพียงไม่กี่วัน ทำให้บัญชีธนาคารของก๊อตและผู้รับเหมาทุกคนกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจกองปราบปรามต้องเรียกตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

- ช่างเอ๋ อ้าง ก๊อต อธิป หลอกใช้บัญชีผ่านเงิน 45 ล้าน ซวยซ้ำโดนคดีบุกรุกป่า-สรรพากรบี้ภาษีย้อนหลัง

- ทนายเดชา เชื่อ บุ๋ม ปนัดดา รู้เรื่องนำเงินมูลนิธิ สร้างพูลวิลล่า ลั่น ใครคือลาสบอส?

- ปอศ. รับสอบมูลนิธิองค์กรทำดี ปมเงินบริจาค อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน

พัฒนาการของเหตุการณ์: 3 รายงาน

ความคิดเห็น