คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอุตรดิตถ์ · เปลี่ยน

เที่ยววัดวันหยุด – เที่ยว‘วัดเทพธิดาราม’ ไหว้พระพุทธเทววิลาส

ที่มา: ข่าวสด

‘วัดเทพธิดารามวรวิหาร’ เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ริมถนนมหาไชยที่เชื่อมต่อกับถนนราชดำเนิน กลาง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดิมมีชื่อ วัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้สถาปนาวัดนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2379 เพื่อพระราชทานเฉลิม พระเกียรติแก่พระราชธิดาที่ทรงเมตตา รักใคร่ยิ่งนัก

คำว่า เทพธิดา หมายถึง กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ หรือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวิลาส พระราชธิดาองค์ใหญ่ในรัชกาลที่ 3

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงวิลาศ เป็นพระราชธิดาองค์ใหญ่ ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาบาง กล่าวกันว่า ทรงพระสิริโฉมงดงาม และปฏิบัติพระราชภารกิจใกล้ชิดพระราชบิดาเสมอ ทั้งยังมีน้ำพระทัยงดงามเอื้ออารีต่อผู้ตกทุกข์ได้ยากเปรียบได้กับเทพธิดา

ภายหลังทรงสถาปนาขึ้นเป็นกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระราชทานเป็นพระเกียรติยศ โดยพระเจ้าลูกเธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมในการก่อสร้าง ด้วย

และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2382 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงผูกพัทธสีมาด้วยพระองค์เอง และพระราชทานนามว่า ‘วัดเทพธิดาราม’

ภายในวัดยังมีศิลปะแบบจีนให้เห็นกันอยู่ ทั้งพระอุโบสถ วิหาร และศาลาการเปรียญที่ตั้งเรียงกันอยู่นั้น ล้วนแล้วแต่มีลักษณะหลังคาและหน้าบันเหมือนกันทั้งหมดคือ ไม่มีเครื่องบน และประดับด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบเป็นลวดลายแบบจีน

ที่วัดเทพธิดารามนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะจีนนั่นคือ ตุ๊กตาหิน ซึ่งมีทั้งรูปคนและรูปสัตว์ และที่น่าสนใจคือ ตุ๊กตาหินในวัดนี้ส่วนมากเป็นรูปผู้หญิง คงเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อวัด ซึ่งสร้างให้กับเจ้านายผู้หญิง

ช่างที่สลักตุ๊กตานั้นเป็นช่างชาวจีน ซึ่งเมื่อมาแกะสลักตุ๊กตาที่เลียนแบบลักษณะท่าทางและการแต่งกายของสตรีชาวไทยตามสายตาของช่างชาวจีนทำให้ตุ๊กตาเหล่านี้มีลักษณะแปลกตาน่าชม เช่น อาจจะดูเป็นคนไทยที่มีหน้าตาออกไปทางเชื้อสายจีนมากสักหน่อย ต่างจากตุ๊กตาหินของวัดอื่นๆ ที่จะเป็นรูปคนจีนทั้งหมด

ทั้งนี้ สุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์เคยมาจำพรรษาที่นี่ และได้เขียนบทกลอนเรื่องรำพันพิลาปขึ้น มีบทพรรณนาลักษณะปูชนียสถานปูชนียวัตถุของวัดอย่างละเอียด บรรยายถึงความงามของพระอารามไว้ และเรียกว่า ‘กุฏิสุนทรภู่’ มีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงกวีเอกผู้นี้ในวันที่ 26 มิถุนายน เป็นประจำทุกปี

วัดเทพธิดารามจึงได้ตั้งพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ ภายในกุฏิคณะ 7 (ฝั่งตะวันออก) เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

วัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือ พระปรางค์ทิศทั้งสี่ เป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 บุษบกที่รองรับพระประธานภายในโบสถ์ประดิษฐ์อย่างสวยงาม และที่ผนังพระอุโบสถมีภาพเขียนเป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์แบบอย่างในรัชกาลที่ 3 ฐานพระปรางค์แต่ละองค์มีรูปท้าวจตุโลกบาล

จากนั้นลองเดินไปชมพระวิหารอันสวยงาม มีลักษณะเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีรูปหมู่อริยสาวิกา (ภิกษุณี) ซึ่งได้รับเอตทัคคะหล่อด้วยดีบุกประดิษฐาน 52 องค์

ด้านหลังวัดบริเวณสังฆาวาสที่ได้จัดระเบียบหมู่กุฏิสงฆ์ไว้งดงามมาก โดยทำกุฏิทรงแปลกไม่ซ้ำแบบกัน จากฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3

ที่พลาดไม่ได้คือ พระอุโบสถ เป็นศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีน หลังคาไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ หน้าบันประดับเครื่องกระเบื้องจีน ภายในมี ‘พระพุทธเทววิลาส’ หรือหลวงพ่อขาวประดิษฐานเป็นพระประธาน

เข้าไปกราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลดีนักแล

พระพุทธเทววิลาส หรือหลวงพ่อขาว เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่ปรากฏประวัติการสร้างหรือที่มา ปรากฏประวัติเพียงว่า พระพุทธเทววิลาสองค์นี้กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2382 โปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูป จำหลักด้วยศิลาขาว จากพระบรมมหาราชวังมาเป็นพระปฏิมากร ประธาน

พระพุทธปฏิมากรองค์นี้ เดิมเรียกกันแต่เพียงว่า ‘หลวงพ่อขาว’

พ.ศ.2518 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระกฐิน ทรงเฉลิมพระนามว่า “พระพุทธเทววิลาส ตามหนังสือราชเลขาธิการที่ รล.0002/2522 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2514

พระพุทธเทววิลาส หรือหลวงพ่อขาว เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสนผสมสุโขทัย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร จำหลักด้วยศิลายวงสีขาวบริสุทธิ์ มีความงดงาม

ด้านมุมซ้ายขวา ฐานบุษบก ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามสมุทร ประดับขัตติยะภูษิตาภรณ์ เรียกกันว่าพระทอง ดุจเดียวกันกับพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้วมรกต) เบื้องบนพระทองสององค์กางกั้นสุวรรณฉัตรคันดาน 5 ชั้น 2 ดั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นของเดิมทั้งสิ้น

วัดเทพธิดารามถือเป็นอีกหนึ่งจุดสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นนักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปวัดและพระพุทธรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ปัจจุบันวัดเทพธิดารามจะเปิดให้ผู้คนเข้ามาตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ทุกวัน ผู้เข้าเที่ยวชมสามารถจอดรถภายในวัดได้

ท่ามกลางสังคมเมืองกรุงอันวุ่นวาย วัดเทพธิดารามยังคงเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงามสำหรับนักท่องเที่ยว อันสะท้อนภาพวิถีชีวิตชาวเมืองสยามโดยแท้

ความคิดเห็น