พีดีเฮ้าส์ มองตลาดรับสร้างบ้านครึ่งปีหลังส่งสัญญาณฟื้นตัวชัด ยอดจองไตรมาส 3/2569 โต 38% จากไตรมาสก่อน และเพิ่ม 30% จากปีก่อน รับแรงหนุนลูกค้ากำลังซื้อสูง-ต่างชาติ ขณะที่ Q4 เดินหน้ารุกตลาด เปิดแบบบ้านใหม่ 6 แบบ รองรับดีมานด์สร้างบ้านทดแทนหลังน้ำท่วม พร้อมจับตาต้นทุนพลังงานและวัสดุก่อสร้างขาขึ้น
วันที่ 8 ต.ค. 2569 นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ศูนย์รับสร้างบ้าน พีดีเฮ้าส์ และ เอคิวโฮม โดย เปิดเผยว่ายอดจองสร้างบ้านในครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าครึ่งปีแรก สอดรับกับการประเมินก่อนหน้านี้ของสมาคมไทยรับสร้างบ้าน
โดยผลการดำเนินงานล่าสุดของบริษัทในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 สามารถเติบโตอย่างโดดเด่น มียอดจองสร้างบ้านเติบโต 38% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 และขยายตัวถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเชิงโครงสร้างกลุ่มลูกค้า โดยสัดส่วนลูกค้ากลุ่มชาวต่างชาติที่เป็นคู่สมรสคนไทย ขยับขึ้นมาครองสัดส่วนสูงถึง 35% ของยอดจองสร้างบ้านรวมในปี 2569 นี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานการก่อสร้าง และความไว้วางใจในการเลือกใช้บริการ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยระยะยาวในประเทศไทย
นางสาวจิราภา ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกสร้างบ้านกับแบรนด์ พีดีเฮ้าส์ และ เอคิวโฮม มาจากจุดแข็ง 3 ประการหลัก ได้แก่
1.มีศูนย์รับสร้างบ้านบริการครอบคลุมทั่วประเทศ ความพร้อมของสาขาให้บริการทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างได้อย่างใกล้ชิดและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
2.ตอบโจทย์กลุ่มตลาดระดับบน: กลุ่มลูกค้านิยมเลือกสร้างบ้านในระดับราคาสูงและคุ้มค่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่งและมีความพร้อมในการลงทุนเพื่อที่อยู่อาศัยคุณภาพ
3.นวัตกรรมการออกแบบบ้านเพื่อสุขภาวะและทุกวัย (Multi-Generational Living): การพัฒนาแบบบ้านที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขอนามัย ความปลอดภัย และการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชันผสานเข้ากับการสื่อสารการตลาดดิจิทัลผ่านสื่อโซเชียลที่สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
สำหรับทิศทางธุรกิจในไตรมาส 4/2569 บริษัทประเมินว่าความต้องการสร้างบ้านยังคงมีแรงส่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมขังที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนในหลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งอาจกลายมาเป็นตัวเร่งให้ผู้ประสบภัยหันมาพิจารณาเลือกทำเลใหม่ที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมและตัดสินใจปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ทดแทน
นอกจากนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวแบบบ้านใหม่รวม 6 แบบ ภายใต้แบรนด์ พีดีเฮ้าส์ รูปแบบบ้านชั้นเดียว ที่มีฟังก์ชันครบรองรับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในระยะยาว
นางสาวจิราภา กล่าวทิ้งท้ายถึงความท้าทายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีว่า สิ่งที่ต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือ ทิศทางราคาพลังงานและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาบ้านจำเป็นต้องปรับตัวตามสถานการณ์ต้นทุนจริงในอนาคต อันจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการและภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค