“กิตติพงษ์-พูนศักดิ์” จี้ รมว.อุตสาหกรรม จัดการเด็ดขาดโรงงานเถื่อนคลองทราย นาทวี เมินคำสั่งปิด ลอยนวลปล่อยมลพิษกระทบสุขภาพเด็กนักเรียน-ชาวบ้าน ชี้ถึงเวลาแล้วต้องปรับโครงสร้าง
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ และนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่มีการปล่อยมลพิษ น้ำเสีย ควันพิษ และดำเนินกิจการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด สร้างความเดือดร้อนและความกังวลต่อสุขภาพของประชาชนและเด็กนักเรียนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายกิตติพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานดังกล่าว ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในช่วงเวลา 08:00-18:00 น. แต่กลับพบการกระทำผิดซ้ำซาก โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างชาวบ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และตัวแทนโรงงาน ซึ่งทางโรงงานยอมรับเรื่องการปล่อยฝุ่นละออง เสียง และควันพิษที่สร้างปัญหาให้ชุมชน หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลาได้เคยมีคำสั่งระงับและสั่งปิดโรงงานดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2568, 4 มิถุนายน 2568, 16 มิถุนายน 2568, 10 กันยายน 2568 และในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 39 สั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการทั้งหมดเป็นเวลา 30 วัน เนื่องจากพบการกระทำผิดถึง 7 ประเด็น ทั้งเรื่องการทำงานเกินเวลา น้ำเสีย ควัน ฝุ่น และการติดตั้งระบบน้ำเสียหรือกองตะกอนนอกเหนือจากพื้นที่ที่กำหนด แต่ปรากฏว่าเมื่อตนลงพื้นที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โรงงานแห่งนี้ก็ยังคงลักลอบประกอบกิจการและสร้างปัญหาให้ชาวบ้านไม่ต่างจากเดิม
ด้านนายพูนศักดิ์ กล่าวเสริมว่า กรณีดังกล่าวที่จังหวัดสงขลาไม่ได้เกิดขึ้นเป็นแห่งแรก แต่มีลักษณะปัญหาเดียวกันกับที่จังหวัดปราจีนบุรี สระบุรี และลพบุรี สะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดมีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย หากกระทรวงอุตสาหกรรมสามารถจัดการโรงงานเหล่านี้ได้อย่างเด็ดขาด ปัญหามลพิษจะไม่เรื้อรังและสร้างผลกระทบต่อประชาชนเช่นนี้ จึงเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับโครงสร้างและการทำงานครั้งใหญ่ของกระทรวง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมจังหวัดที่ต้องไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงแค่สนับสนุนผู้ประกอบการ แต่ต้องเข้มงวดกับการควบคุมไม่ให้โรงงานก่อพิษต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกล้าก้าวเข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบร่วมด้วยอย่างจริงจัง เนื่องจากมลพิษไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในรั้วโรงงาน แต่กระจายออกสู่ภายนอกชุมชน
นายพูนศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านในพื้นที่ได้โทรศัพท์มาสะท้อนความคับข้องใจว่า หากรัฐไม่ดำเนินการใดๆ ชาวบ้านอาจต้องจัดการกันเองเพราะมีความกังวลเรื่องสุขภาพของลูกหลาน เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ติดกับโรงเรียน จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสั่งการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนที่สุด ก่อนที่ความอดทนของประชาชนจะหมดลง