เกิดอุบัติเหตุกลางน้ำ "เรือกู้ภัย" ชนสนั่น "เรือหางยาว" กลางคลองสำโรงหน้าตลาดน้ำโบราณ ในงานประเพณีรับบัวบางพลี พบเรือเสียหาย-ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 25 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุระทึกทางน้ำในงานประเพณีรับบัว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเรือของทีมกู้ภัยเกิดอุบัติเหตุชนกับเรือกระบะหางยาวของชาวบ้านอย่างจังกลางคลองสำโรง ส่งผลให้ผู้โดยสารเรือหางยาวได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลแตกบริเวณคิ้ว ขณะที่เรือทั้งสองลำได้รับความเสียหาย ส่วนเจ้าหน้าที่กู้ภัยปลอดภัย
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวบ้านที่ขับเรืออยู่บริเวณในคลองสามารถบันทึกภาพไว้ได้ โดยคลิปวิดีโอเผยให้เห็นวินาทีที่เรือของทีมกู้ภัย ซึ่งกำลังขับสแตนด์บายดูแลความปลอดภัยในงานประเพณีรับบัว พยายามจะขับเรือเปลี่ยนทิศทางเข้าไปอยู่ในเลนขวา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เรือกระบะหางยาวของชาวบ้านขับขี่สวนทางมาในช่องทางขวาพอดี
เมื่อคนขับเรือหางยาวพบเห็นเรือกู้ภัยในระยะกระชั้นชิด จึงพยายามหักหลบ แต่เป็นจังหวะที่เรือกู้ภัยเข้ามาอยู่ในช่องทางขวาของคลองแล้ว จึงทำให้เกิดการพุ่งชนประสานงากันอย่างจัง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารในเรือหางยาวได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
จากการตรวจสอบว่า นายณัฐพงษ์ บุตรน้อย อายุ 28 ปี อาสากู้ภัยอิสระ ขับเรือยาง กลับเรือตัดหน้าชนกับเรือหางยาว โดยมีนายอนันต์ ยอดอินทร์ อายุ 33 ปี เป็นคนขับขี่ ทำให้ นายสุวัจน์ สุดกราน อายุ 33 ปี ผู้โดยสารมากับเรือกระบะ ได้รับบาดเจ็บหัวแตก และแผลฉีกขาดคิ้วขวา ซึ่งเหตุเกิดที่คลองสำโรง หน้าตลาดน้ำโบราณ วัดบางพลีใหญ่ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ทางด้าน นายณัฐพล เล่าว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณช่วงโค้งสะพานข้ามตลาดน้ำบางพลี ซึ่งเป็นลักษณะสามแยก ตนกำลังขับเรือเซอร์เวย์พื้นที่เพื่อเตรียมร่วมขบวนแห่หลวงพ่อโต โดยใช้ความเร็วต่ำปล่อยเรือไหลตามปกติ จังหวะนั้นได้มองสังเกตการณ์ทุกด้านและเคลียร์พื้นที่แล้ว จึงตัดสินใจวนเรือกลับทางเดิมโดยมาอยู่เลนขวา แต่กลับมาประจันหน้ากับเรือคู่กรณีพอดี ประกอบกับเรือไม่มีเบรกเหมือนรถยนต์และเหตุการณ์เกิดขึ้นไวมาก จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุทางทีมกู้ภัยไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบนำเรือเข้าเทียบเพื่อประคองเรือคู่กรณีทันทีเพราะเกรงว่าเรือจะรั่วและจม พร้อมทั้งเร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ ก่อนพาไปส่งโรงพยาบาลและเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจ เบื้องต้นได้มีการพูดคุยตกลงกับทางผู้เสียหายบ้างแล้ว
ส่วนความคืบหน้าด้านคดีความ เตรียมรอทางกรมเจ้าท่าสมุทรปราการเรียกตัวเข้าพบเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.