คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอุดรธานี · เปลี่ยน

ผบช.ภาค 3 เข้มงวดสั่งตร.8จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ลดอุบัติเหตุ-สร้างวินัยจราจร

ที่มา: มติชน

ผบช.ภาค 3 เข้มงวดสั่งตร. 8 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ลดอุบัติเหตุ-สร้างวินัยจราจร

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พลตำรวจโทอาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

โดยเน้นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การควบคุมอาชญากรรม การแก้ไขปัญหาอาวุธปืนและอบายมุขผิดกฎหมาย ตลอดจนการยกระดับการให้บริการประชาชน เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มอบไว้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา

พลตำรวจโทอาทิชา กล่าวว่า ได้กำชับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและผู้กำกับการสถานีตำรวจทุกแห่งให้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ซึ่งจะไม่มุ่งดำเนินการเฉพาะผู้ค้ารายใหญ่หรือเครือข่ายสำคัญเท่านั้น แต่ต้องขยายผลลงไปถึงผู้ค้ารายย่อยที่แฝงตัวอยู่ในชุมชนและหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท ทั้งคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ อาชญากรรมทั่วไป รวมถึงการกระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและอบายมุขผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ปัญหา และดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน เน้นย้ำเรื่องการให้บริการประชาชนบนสถานีตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ต้องให้บริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ตำรวจต้องไม่รอให้ประชาชนเดินทางมาหาเพียงฝ่ายเดียว แต่ควรลงพื้นที่พบปะประชาชนในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับฟังปัญหาและสอบถามว่ามีเรื่องใดที่ต้องการให้ตำรวจเข้าไปดำเนินการแก้ไข

พลตำรวจโทอาทิชา กล่าวถึงมาตรการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดโดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายจราจรว่า แนวทางสำคัญคือการลดอุบัติเหตุและสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชน มากกว่าการมุ่งเน้นยอดจับกุม โดยให้ตำรวจจราจรวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงและจุดที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ เพื่อนำไปกำหนดมาตรการป้องกันให้ตรงกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ ส่วนผู้ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร ให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม โดยอาจเริ่มจากการว่ากล่าวตักเตือนในกรณีที่เข้าเกณฑ์ หากพบการกระทำผิดซ้ำหรือมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายร้ายแรง ให้เพิ่มระดับมาตรการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ตั้งแต่การตักเตือน การเปรียบเทียบปรับในอัตราที่กฎหมายกำหนด ไปจนถึงการดำเนินการที่เข้มงวดขึ้นตามลักษณะความผิด

“ขณะเดียวกัน ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน หากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ให้พิจารณาพักหรือยุติการตั้งจุดตรวจชั่วคราวตามความเหมาะสม เพื่อคำนึงถึงสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่และให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

พลตำรวจโทอาทิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจสำคัญของตำรวจภูธรภาค 3 คือการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข ควบคู่กับการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดทั้งในเส้นทางลำเลียงผ่านและการแพร่ระบาดภายในชุมชน ตลอดจนการป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ ส่วนการดูแลสถานบริการและสถานบันเทิงในช่วงเวลากลางคืน ต้องดำเนินการภายใต้กรอบเวลาและมาตรการที่รัฐบาลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยการตั้งจุดตรวจและการออกตรวจพื้นที่มีเป้าหมายเพื่อควบคุมอาชญากรรม ป้องกันเหตุรุนแรง และลดความเสี่ยงจากการเมาแล้วขับ ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุและความสูญเสีย

ทั้งนี้ การปฏิบัติงานของตำรวจจะต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันเหตุ และการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยเป็นไปอย่างสมดุลกับการดำเนินชีวิตและการประกอบธุรกิจ โดยตำรวจภูธรภาค 3 ยืนยันพร้อมนำนโยบายของผู้บังคับบัญชาไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง

ความคิดเห็น