คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอุดรธานี · เปลี่ยน

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ทรงเปิดประชุมวิชาการนานาชาติ ชูพลังครู 13 ประเทศ รับอนาคต AI

ที่มา: มติชน

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ทรงเปิดประชุมวิชาการนานาชาติ ชูพลังครู 13 ประเทศ รับอนาคต AI

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 และการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “การเสริมพลังครูสู่อนาคต: การสร้างสมดุมระหว่างทักษะพื้นฐาน ความเป็นมนุษย์ และสมรรถนะด้าน AI” ทรงทอดพระเนตรและทรงรับฟังการนำเสนอผลงานของครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 6 ณ อาคารอิมแพค ฟอรั่ม 2 เมืองทองธานี โดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ จาก 13 ประเทศ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จัดตั้งขึ้นด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้มีผลงานโดดเด่นและสร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในระดับนานาชาติ ตลอดจนการยกย่องวิชาชีพครู ซึ่งครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลจากแต่ละประเทศยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณประโยชน์อันมีค่ายิ่งต่อการจัดการเรียนการสอนและการศึกษา พร้อมทั้งได้แบ่งปันและพัฒนาความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ในการประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้จึงเพื่อเปิดโอกาสให้ครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี พร้อมด้วยครูไทยจากทุกรุ่น ได้นำเสนอผลงานและแบ่งปันความสำเร็จนับตั้งแต่ได้รับพระราชทานรางวัล นอกจากนี้ยังเป็นเวทีให้ผู้นำทางการศึกษาจากประเทศที่เข้าร่วมได้ร่วมแบ่งปันมุมมองทางการศึกษา ตลอดจนเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า การประชุม PMCA Forum เป็นเวทีสำหรับการพัฒนาครู โดยกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี ควบคู่กับพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จพระมหาจักรี และจัดต่อเนื่องกับการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งในปีนี้หัวข้อหลักคือ “การเสริมพลังครูสู่อนาคต: การสร้างสมดุมระหว่างทักษะพื้นฐาน ความเป็นมนุษย์ และสมรรถนะด้าน AI” เพื่อสนับสนุนให้ครูสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อความท้าทายในปัจจุบัน การประชุมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,200 คน ประกอบด้วย เอกอัครราชทูตจากประเทศที่เข้าร่วมทั้ง 12 ประเทศ ผู้บริหารจากองค์การระหว่างประเทศ คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ศึกษาธิการจังหวัด ครูเครือข่ายรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครูผู้ได้รับรางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ รวมถึงครูรัก(ษ์)ถิ่น และครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลผู้ได้รับทุนพระราชทาน รวมถึงเอกอัครราชทูตไทยและข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศที่เข้าร่วมโครงการ เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 6 จะนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนการสอนตามความเชี่ยวชาญของแต่ละท่าน ส่วนครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ตั้งแต่รุ่นที่ 1-5 ซึ่งถือเป็นเครือข่ายศิษย์เก่าจะร่วมแลกเปลี่ยนในนามทีมวิชาการของแต่ละประเทศ

สำหรับเวทีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์สอนจากสุดยอดครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 จากประเทศในอาเซียน บังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย รวม 13 ประเทศ มีหัวข้อ ดังนี้

1.สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ นายโมฮัมหมัด ชาฟิอุล อิสลาม (Mr. Mohammad Shafiul Islam) ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาเบงกาลี แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “การพัฒนาผู้เรียน : เสริมพลังผู้เรียนเพื่ออนาคต” โดยเน้นทักษะพื้นฐานการเรียนรู้ สุขภาวะและทักษะชีวิต เพื่อเตรียมนักเรียนสู่ความท้าทายในอนาคต

2.ราชอาณาจักรภูฏาน นางสาวชิมี เดมา (Ms. Chimi Dema) ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ศิลปะแห่งการจัดการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์” ผ่านการเขียนและการสะท้อนคิด โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมเชื่อมโยงสู่การประยุกต์ใช้ในห้องเรียนของตนเอง

3.เนการาบรูไนดารุสซาลาม นางชาริฟะฮ์ บินติ ฮาจี โมห์ด ชาห์ลัน (Mrs. Shahrifah binti Haji Mohd Shahlan) ครูสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ก้าวข้ามคำตอบจาก AI : การพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมรับอนาคตผ่านการเรียนรู้แบบผสมผสาน” เน้นการเรียนรู้แบบผสมผสานผ่านประสบการณ์และเทคโนโลยีดิจิทัล ประยุกต์ใช้นวัตกรรม STEM และ STEAM เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเป็นอิสระ คิดสร้างสรรค์ และมั่นใจในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

4.ประเทศอินโดนีเซีย นางอาเด ปูตรี ซาร์เวนดะห์ (Mrs. Ade Putri Sarwendah) ครูสอนการศึกษาพิเศษ แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “จากการเรียนรู้ดิจิทัล สู่ทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิต” เน้นการสอนผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษผ่านเกมศึกษาและสื่อดิจิทัล โดยใช้โครงงานเป็นฐานที่ปรับให้เข้ากับการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและทักษะชีวิตเพื่อการพึ่งพาตนเอง

5.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นางบุนมา โพธิลาด (Mrs. Bounma Phothilath) ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูสอนวิชาเคมีและชีววิทยา แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “การทำแชมพูสมุนไพร” การนำความรู้วิชาวิทยาศาสตร์สู่ชีวิตประจำวัน เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพ สารกำจัดแมลงจากธรรมชาติ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและน้ำยาล้างจาน สร้างอาชีพและการมีส่วนร่วมกับชุมชน

6.ประเทศมาเลเซีย ทีเอส. โมฮัมหมัด รอสนิซัม บิน โมฮัมหมัด ยูซอฟ (Ts. Mohd Rosnizam bin Mohd Yusoff) ครูอาชีวศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหารและนักเทคโนโลยีมืออาชีพ แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “คิดนอกกรอบ : การสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารด้วยพลัง AI ผ่าน Innovation Model Canvas” การพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่การระบุความต้องการของชุมชน การออกแบบผลิตภัณฑ์อาหาร การเป็นผู้ประกอบการ และใช้ AI สนับสนุน เพื่อต่อยอดทรัพยากรเกษตรในท้องถิ่นให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการ

7.ประเทศมองโกเลีย นางอุยังกะ อาดิยาสุเรน (Mrs. Uyanga Adiyasuren) ครูและผู้จัดการฝึกอบรมที่โรงเรียนอาชีวศึกษาเอเนเรล แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “การประเมินผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ : ประเมินใครและประเมินอย่างไร ?” โดยเน้นการประเมินทักษะผู้เรียนที่มีความพิการ บกพร่องทางปัญญา โดยนำความรู้ทางทฤษฎีมาประยุกต์ใช้กับการฝึกทักษะอาชีพโดยตรง

8.สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา น.ส.มอว์ มอว์ (Ms. Maw Maw) ครูสอนภาษาอังกฤษ แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “จากกลุ่มคำสู่เรียงความ พัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษด้วยคำศัพท์และการสื่อสารในห้องเรียนแบบไร้โทรศัพท์” กลยุทธ์พัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนในระดับชั้น ม.ปลาย เทคนิคการต่อยอดและขยายคลังคำศัพท์อย่างเป็นระบบ

9.สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นางเลอา โดมิงโก (Mrs. Lea Domingo) ครูประถมศึกษา แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “การสอนคณิตศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปฏิบัติ” การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับบริบทของโรงเรียนหรือชุมชน รวมถึงนำ AI มาสนับสนุนการเรียนรู้และส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถม 5-6

10.สาธารณรัฐสิงคโปร์ มาดาม อัง ซิง หยี่ (Mdm. Ang Sing Yee) ครูผู้ส่งเสริมการศึกษาแบบเรียนรวม แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “การพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้มแข็งทางจิตใจ พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต แนวทางเสริมสร้างจุดแข็งของผู้เรียน” เมื่อทักษะล้มแล้วลุกเร็ว กลายเป็นทักษะยุคใหม่ที่จำเป็นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง จึงมุ่งเน้นสำรวจแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจและความยืดหยุ่นของนักเรียนผ่านการใช้ถ้อยคำ “ฉันเป็นใคร” “ฉันทำอะไรได้บ้าง” และ “ฉันมีอะไร” เพื่อดึงคุณลักษณะที่ดีภายใน ศักยภาพ จุดแข็ง และความสามารถของตนเอง

11.ประเทศไทย นายไพรวัลย์ ยาปัญ (Mr. Phaiwan Yapan) ครูโรงเรียนบ้านไล่โว่ อ. สังขละบุรี จ. กาญจนบุรี แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ห้องเรียนธรรมชาติ : รากวิถีชีวิตสร้างโอกาส” เรียนรู้จากการใช้สิ่งแวดล้อมรอบตัวฝึกภาษาไทยและภูมิปัญญาชุมชน บูรณาการทักษะการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของการเป็นผู้ประกอบการ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในกิจกรรม “ขายข้ามเขาออนไลน์” และการแบ่งปันโอกาสทางการศึกษาผ่าน “น้องส่งพี่เรียน พี่ส่งน้องเรียน”

12.สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต นายฟรานซิสโก เดอ คาร์วัลโญ่ (Mr. Francisco de Carvalho) ครูและผู้อำนวยการโรงเรียน แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “สื่อการสอนคณิตศาสตร์แบบลงมือปฏิบัติเรื่องการคูณและการหารสำหรับห้องเรียนคละชั้น” สื่อการสอนที่สร้างง่าย มีต้นทุนต่ำ เพื่อช่วยนักเรียนในระดับชั้นประถมให้เข้าใจการคูณและการหาร รวมถึงสาธิตการจัดการสอนห้องเรียนคละชั้นที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง

13.สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นางเหงียน ถิ ถู ลาน (Mrs. Nguyen Thi Thu Lan) ครูอนุบาลและผู้นำด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย แลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ห้องเรียนแห่งความสุข-กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง” การสอนเด็กปฐมวัยที่เน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการดูแลเด็กเล็ก สาธิตการสร้างห้องเรียนแห่งความสุขช่วยหล่อหลอมความรัก การแสดงออกถึงตัวตน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง การสร้างความสัมพันธ์ และความคิดสร้างสรรค์

ความคิดเห็น