กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ไปอีก 1 เรื่อง สำหรับองค์กรไทยพีบีเอส ซึ่งถือเป็นสื่อสาธารณะแห่งเดียวในประเทศไทย กำลังถูกตรวจสอบจากหลายฝ่าย
โดยเฉพาะจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ตั้งโต๊ะแถลงผลการตรวจสอบการเบิกจ่าย ซึ่งพบจุดผิดปกติ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าความเสียหายกว่า 85 ล้านบาท
ซึ่งเป็นการจ้างผลิตรายการข่าวด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ไม่มีการเปิดให้แข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม รวมทั้งเรื่องการใช้รถส่วนกลางของฝ่ายบริหาร ทั้งที่รับเงินค่าตอบแทนรถประจำตำแหน่ง จึงขัดต่อหลักการใช้ทรัพย์สินของรัฐ ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง
เป็นเรื่องร้อนที่ต้องชี้แจง
แน่นอนว่าอีกฟากหนึ่ง ก็หยิบยกเจตนาของ สตง. ที่เข้ามาตรวจสอบไทยพีบีเอส ว่าเป็นการเอาคืนจากการนำเสนอข่าวตึก สตง.ถล่มหรือไม่
และโยงไปถึงรัฐบาล เนื่องจากเป็นในช่วงที่สส.รัฐบาลเสนอแก้กฎหมายเรื่องที่มาของเงินไทยพีบีเอส จากการอุดหนุนตรงจากกองทุนต่างๆ มาเป็นงบประมาณที่จัดสรรให้โดยรัฐ
กลายเป็นข้อกังวลว่าจะมีการเข้ามาแทรกแซงสื่อสาธารณะ จนถึงขั้นการควบคุมสื่อหรือไม่อย่างไร
กลายเป็นหลายเรื่องที่ผสมปนเปกัน และมีความคิดอย่างหลากหลาย
ดังนั้น จึงต้องแยกประเด็นพิจารณากันให้ชัด นั่นก็คือเรื่องแรก คือเรื่องของสื่อสาธารณะ ยังมีความจำเป็นในยุคปัจจุบันหรือไม่
หากยังเห็นว่ามีความจำเป็น ไม่ต้องการให้มีหน่วยงาน หรือองค์กรไหนแทรกแซง ไม่ว่าจะด้วยอำนาจรัฐ การจัดหารายได้ ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ต่างๆ มากระทบต่อเนื้อหาที่ควรสื่อสารหรือนำเสนอ
การให้การสนับสนุนในเรื่องงบประมาณ ก็ยังมีความจำเป็นอยู่
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ หรือไม่ต้องถูกตรวจสอบ
หลายอย่างในเรื่องจัดซื้อจัดจ้างของไทยพีบีเอส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้วิธีพิเศษ แบบเฉพาะเจาะจง นอกจากการจ้างผลิตรายการ ที่เป็นประเด็นหลักที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการช่วยเหลือแต่พวกเดียวกัน
ยังมีเรื่องการจ้างผลิตสิ่งของต่างๆ กระเป๋า ของชำร่วย บางโครงการมีมูลค่าเป็นล้าน
ก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าพวกกระเป๋าผ้า ของชำร่วยพวกนี้ ทำให้สื่อสาธารณะเข้มแข็งมากขึ้นอย่างไร
ยังไม่นับข้อสงสัยว่าการตั้งที่ปรึกษา หรือผู้บริหารที่ว่าก็วนเวียนกันไปมา มีเครือข่ายโยงใยกันชัดเจน แถมมีเงินค่าตอบแทนมหาศาล ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
เอาเข้าจริงๆ แค่เอาชื่อผู้บริหารยุคเก่า ยุคนี้ ที่ปรึกษาต่างๆ ใส่เอไอ ให้แสดงความเชื่อมโยง ภาพก็จะออกมาชัดๆ ว่าเป็นอย่างไร
เรื่องนี้จึงควรทำให้ชัดเจน อย่าเอาเรื่องสื่อสาธารณะมาเป็นเรื่องบดบังให้การตรวจสอบความโปร่งใสลดระดับความสำคัญลง
ชี้แจงให้ชัด อย่าเบี่ยงประเด็น แล้วสังคมจะเห็นเองว่าอะไรเป็นอะไร!!
รุก กลางกระดาน