คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangอุบลราชธานี · เปลี่ยน

สภาพัฒน์เผยข่าวดี OECD เชื่อมั่นไทยมุ่งมั่นเข้าเป็นสมาชิก ไทยปักหมุดเข้าร่วมปี 71

ที่มา: มติชน

สภาพัฒน์เผยข่าวดี OECD เชื่อมั่นไทยมุ่งมั่นเข้าเป็นสมาชิก ไทยปักหมุดเข้าร่วมปี 71

รายงานข่าวจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเทศไทย หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ไทยได้รับสัญญาณบวกอีกครั้งบนเส้นทางสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หลัง นายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD แสดงความเชื่อมั่นว่าไทยมีความจริงจังและมุ่งมั่นอย่างมากในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก พร้อมยืนยันว่า OECD จะสนับสนุนไทยอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก โดยมองว่าความสำเร็จของประเทศไทยจะเป็นความสำเร็จร่วมกัน และ OECD จะได้รับประโยชน์จากมุมมองและประสบการณ์ของไทยในการร่วมกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศด้วย

รายงานข่าวเผยว่า ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พบหารือกับนายมาทีอัส คอร์มันน์ (Mathias Cormann) เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมการหารือด้วย

รายงานข่าวเผยว่า หลังการพบหารือ นายมาทีอัส คอร์มันน์ ได้เผยแพร่ข้อความผ่าน LinkedIn ส่วนตัวว่า “Thailand is serious and very committed about joining the OECD” หรือ “ประเทศไทยมีความจริงจังและมุ่งมั่นอย่างมากในการเข้าเป็นสมาชิก OECD” พร้อมชื่นชมบทบาทของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำ การขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในระดับชาติ โดยระบุว่าภาวะผู้นำดังกล่าวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความสำคัญของเจตจำนงทางการเมือง (Political Will) และการให้ความสำคัญกับการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในฐานะวาระระดับชาติ ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานและขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นเต็มที่ที่จะพาไทยเข้า OECD โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามขั้นตอนหรือข้อกำหนดขององค์การระหว่างประเทศ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับกฎหมาย นโยบาย และมาตรฐานการดำเนินงานของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย โดยการขับเคลื่อน ภารกิจดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวและสร้างโอกาสที่ดีขึ้นให้แก่คนไทยรุ่นต่อไป ปัจจุบันการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังจากยื่นเอกสาร Initial Memorandum เมื่อปลายปี 2568 คณะกรรมการ OECD หลายคณะได้เริ่มพิจารณากฎหมายและนโยบายของไทยเทียบกับมาตรฐานสากล เพื่อติดตามความพร้อมในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและยกระดับมาตรฐานการพัฒนาประเทศ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการเป็นสมาชิก โดยไทยได้ตั้งเป้าหมายในการเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ภายในปี 2571

รายงานข่าวเผยว่า ทั้งนี้ เลขาธิการ OECD ยังกล่าวถึงความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยกับ OECD ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ตั้งแต่โครงการ OECD Southeast Asia Regional Programme ในปี 2557 และโครงการ OECD-Thailand Country Programme ตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการปฏิรูปของไทยในหลายด้าน ทั้งระบบภาษี กฎระเบียบ การแข่งขัน และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยความร่วมมือเหล่านี้ได้วางรากฐานสำคัญให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปัจจุบัน นอกเหนือจากเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย โดยเลขาธิการ OECD ชี้ให้เห็นว่า อัตราการเติบโตของผลิตภาพของไทยลดลงจาก 4.8% ต่อปี ในช่วงปี 2553–2558 เหลือเพียง 2.1% ต่อปี ในช่วงปี 2558–2566 ซึ่งสะท้อนความจำเป็นในการเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะช่วยสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพผ่านการส่งเสริมการแข่งขัน การเปิดกว้างด้านการค้าและการลงทุน การลดอุปสรรคทางกฎระเบียบ และการส่งเสริมการจ้างงานในระบบ อันจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

รายงานข่าวเผยว่า สำหรับความร่วมมือในระยะต่อไป ไทยและ OECD จะยังคงประสานการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยเลขาธิการ OECD มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอีกครั้งระหว่างวันที่ 23–24 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะเป็นโอกาสในการติดตามความก้าวหน้าและหารือแนวทางขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก รวมถึงการเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการ OECD-Thailand Country Programme ระยะที่ 2 ดังนั้น การพบหารือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ OECD ต่อความมุ่งมั่นของประเทศไทย และความสำคัญของการขับเคลื่อนจากระดับผู้นำในการผลักดันการปฏิรูปประเทศ โดยการเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ใช่เพียงเป้าหมายปลายทาง แต่เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนา เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนระยะยาว

พัฒนาการของเหตุการณ์: 3 รายงาน

ความคิดเห็น