พบแล้ว “น้องบอส” เด็กชายวัย 7 ขวบ หายตัว 29 ชม. ที่ จ.กาฬสินธุ์ เจอเดินริมห้วยห่างจุดหลง 30 กม. เผยปมวิ่งตามหมาคาบรองเท้าจนหลงทาง ก่อนยกมือขอข้าวชาวบ้านหาปลา นำส่ง รพ. พร้อมสอบเชิงลึกหาสาเหตุเดินทางข้ามจังหวัด
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีการระดมกำลังค้นหา “น้องบอส” หรือ ด.ช.ธนพล อายุ 7 ขวบ ซึ่งได้หายตัวไปบริเวณทุ่งนา บ้านกุดบอด ต.สงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ หลังติดตามตาและยายไปทำนา เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลให้แก่ครอบครัวและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่กว้างและคาบเกี่ยวหลายอำเภอ ซึ่งตลอดระยะเวลาข้ามวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ทีมกู้ภัย และชาวบ้านจิตอาสาได้กระจายกำลังปูพรมค้นหาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไร้วี่แวว
กระทั่งล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวานนี้ (19 ตุลาคม 2569) ได้เกิดข่าวดีขึ้นเมื่อ นายชนะวุธ อุทโท ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 พร้อมด้วย ร.ท.ธวัชชัย เห็มวัง นายอำเภอเขาวง และพ.ต.อ.สมชาย ภูกองชนะ ผู้กำกับการ สภ.เขาวง ได้รับการประสานงานด่วนจากทีมกู้ภัยหมื่นหินและเครือข่ายจิตอาสาว่า มีชาวบ้านพบเด็กชายลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง เดินพลัดหลงอยู่เพียงลำพังในพื้นที่บ้านแก่งนาง ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อข้ามจังหวัด
ภายหลังรับแจ้งเหตุ นายชนะวุธ อุทโท ได้รีบประสานทีมกู้ภัยในจุดเกิดเหตุ ให้เข้าทำการตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมถ่ายภาพเด็กส่งกลับมายังศูนย์ประสานงานใน อ.เขาวง เพื่อให้ญาติตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล โดยทันทีที่ครอบครัวเห็นภาพถ่าย ทุกคนต่างยืนยันตรงกันว่าเป็น “น้องบอส” จริง ทำเอาพ่อแม่และญาติพี่น้องถึงกับน้ำตาคลอด้วยความโล่งอก ท่ามกลางความยินดีของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ร่วมติดตามภารกิจค้นหาในครั้งนี้
จากนั้น ทีมกู้ภัยหมื่นหินพร้อมด้วย นายปรีดา เครือศรี ซึ่งเป็นตาของน้องบอส ได้รีบเดินทางไปยังบ้านแก่งนาง ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อรับตัวเด็กกลับสู่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลเขาวงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้แพทย์และพยาบาลตรวจร่างกาย ประเมินสภาพจิตใจ และให้การรักษาฟื้นฟูทันที เนื่องจากเบื้องต้นพบว่าเด็กอยู่ในสภาพอิดโรย อ่อนแรง และมีอาการหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบถาม นายปรีดา ตาของน้องบอส กล่าวว่า จุดที่พบหลานอยู่ห่างจากบริเวณทุ่งนาที่ครอบครัวพาไปทำงานไกลถึง 30 กิโลเมตร จากการพูดคุยสั้นๆ น้องบอสได้เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มจากสุนัขตัวหนึ่งได้วิ่งมาคาบรองเท้าของตนแล้ววิ่งหนีไป ด้วยความเสียดายรองเท้าจึงได้วิ่งไล่ตามสุนัขตัวนั้นไปเรื่อยๆ โดยไม่ทันสังเกตทิศทาง รู้ตัวอีกทีก็หลงเข้าไปในป่าลึกและเดินเท้าต่อจนกระทั่งไปปรากฏตัวอยู่บริเวณลำห้วยในพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร
ด้าน นายชนะวุธ อุทโท ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นร้อยโท ธวัชชัย เห็มวัง นายอำเภอเขาวง พ.ต.อ.สมชาย ภูกกองชนะ ผกก.สภ.เขาวง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาวง เจ้าหน้าที่กู้ภัยหมื่นหิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยอโศกสมเด็จ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกุดหว้า และกู้ภัยทุกหน่วยพร้อมชาวบ้านจิตอาสาที่มาช่วยเหลือภารกิจตามหาน้องในครั้งนี้ให้ลุล่วงไปด้วยดี
หลังจากนี้คงต้องช่วยกันเยียวยาจิตใจของน้องสักระยะหนึ่ง และอยากขอความร่วมมือทุกคนไม่ให้ไปรบกวนน้อง เพื่อให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากสุนัขได้คาบรองเท้าแตะสีฟ้าของน้องไป น้องจึงวิ่งติดตามสุนัขตัวดังกล่าวไปและกลายเป็นเพื่อนเดินทางร่วมกัน ซึ่งน้องได้เดินเท้าจากจุดเกิดเหตุมาไกลเกือบ 30 กิโลเมตร
จนกระทั่งมีชาวบ้านที่ออกมาใส่มองใส่ดักปลามาพบ และถามหานายและพ่อแม่ แต่น้องแจ้งว่าหลงทางมาและหิวจึงขอข้าวทาน ชาวบ้านจึงช่วยนำตัวเข้ามาพักที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านแก้งนาง พร้อมประสานแจ้งศูนย์บัญชาการ ซึ่งในช่วงแรกทางทีมงานยังไม่ได้ปักใจเชื่อเนื่องจากมีกระแสข่าวสับสนหลายทาง จึงส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าพื้นที่ไปถ่ายภาพยืนยันตัวตน ก่อนจะพบว่าเจอน้องจริงในสภาพร่างกายอ่อนเพลีย จึงได้รีบนำตัวส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่น้องบอสเดินหลงทางอยู่ในป่าและเลียบลำห้วยด้วยความอ่อนเพลีย ได้ไปพบกับชาวบ้านในพื้นที่ที่กำลังออกหาปลาอยู่พอดี เด็กจึงได้เดินเข้าไปหาและเอ่ยปากขอข้าวกินเนื่องจากไม่ได้กินอะไรมาตลอดทั้งวัน เมื่อชาวบ้านสังเกตเห็นเด็กพลัดหลงมาผิดปกติ จึงได้สอบถามจนทราบว่าหลงทางมา จึงรีบพาตัวกลับเข้าหมู่บ้าน จัดหาข้าวและน้ำให้ดื่มเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะรีบประสานงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบจนสามารถยืนยันตัวตนได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้จะพบตัวน้องบอสได้อย่างปลอดภัย แต่กรณีการหายตัวไปจากทุ่งนาใน อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ แล้วไปโผล่ในพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งมีระยะทางห่างกันกว่า 30 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเพียงวันเดียวนั้น ยังคงเป็นประเด็นที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมตามขั้นตอน เพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบว่าเด็กสามารถเดินทางไปถึงจุดดังกล่าวได้อย่างไร
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือพาเด็กเดินทางไปหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์อย่างเป็นทางการ รวมถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน.