ทบ. สวนกัมพูชา ซัดเล่นบทเหยื่อ บิดเบือนชาวโลก ยันไทยทำตามกฎหมายสากล
กองทัพบก โต้สวนกัมพูชา ซัดเล่นบทเหยื่อ บิดเบือนชาวโลก กล่าวหาใช้กำลังโจมตีปราสาทพระวิหาร ยันไทยทำตามกฎหมายสากล
22 ตุลาคม 2569 กองทัพบก โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก Royal Thai Army โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชา ได้เผยแพร่คำชี้แจงเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากองทัพไทยใช้กำลังโจมตีปราสาทพระวิหาร ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และนำรายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) มากล่าวอ้างถึงความเสียหายเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเองนั้น
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทั้งหมด และชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อตีแผ่พฤติกรรมบิดเบือนข้อมูล ของฝ่ายกัมพูชาต่อประชาคมโลก ดังนี้
1. ประเด็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1954
กองทัพบกขอยืนยันว่า ประเทศไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาฯ มีข้อยกเว้นที่ระบุไว้ชัดเจนว่า หากมีการนำโบราณสถานไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร พื้นที่ดังกล่าวจะ “สูญเสียความคุ้มครองในทางกฎหมายเป็นการชั่วคราว”
จากพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้จงใจละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมสากล โดยการดัดแปลงพื้นที่ตัวปราสาทพระวิหารให้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร มีการติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ คลังเก็บกระสุน และระบบแอนตี้โดรน เพื่อใช้เป็นฐานยิงโจมตีใส่กำลังทหารและชุมชนพลเรือนของไทย ฝ่ายกัมพูชาจึงเป็นผู้ทำให้โบราณสถานสูญเสียสถานะการคุ้มครองเอง
การดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นการใช้สิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ โดยจำกัดวงการใช้อาวุธเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่เป็นภัยคุกคามเท่านั้น ซึ่งกองทัพไทยใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูงและไม่มีนโยบายโจมตีเป้าหมายพลเรือนหรือโบราณสถานอย่างเด็ดขาด
2. ประเด็นรายงานขององค์การยูเนสโก (UNESCO) และความเสียหายของปราสาท
การที่กัมพูชาหยิบยกร่างรายงานการประเมินของ WHC-ICOMOS มากล่าวอ้างนั้น เป็นเพียงการเล่นบท “ผู้ถูกกระทำ” เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมโลก กองทัพบกขอชี้แจงว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบูรณภาพและคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลึทน ของปราสาทพระวิหาร เกิดจากการที่กัมพูชาใช้มรดกโลกแห่งนี้เป็น “โล่มนุษย์และเกราะกำบังทางทหาร”
3. ประเด็นความจริงใจในการอนุรักษ์และบูรณะปราสาทพระวิหาร
ข้อกล่าวอ้างที่ว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ปราสาทพระวิหารเป็นลำดับต้นๆ นั้น มีความย้อนแย้งกับการกระทำในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง การนำอาวุธสงครามและกองกำลังทหารเข้าไปซ่องสุมในเขตโบราณสถาน เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่ากัมพูชาคือฝ่ายที่ไม่เห็นคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรม หากกัมพูชามีความมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ปราสาทให้คงอยู่ในสภาพสมบูรณ์เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังอย่างแท้จริง
กัมพูชาไม่ควรมีฐานทหาร ยุทโธปกรณ์ และคลังกระสุนในพื้นที่บรืเวณตัวปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ กองทัพบกขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ องค์การยูเนสโก และสาธารณชน พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านบนพื้นฐานของความเป็นจริง และขอให้ฝ่ายกัมพูชายุติการใช้โบราณสถานของมนุษยชาติมาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและการทูต
- ‘สม รังสี’ แฉเอง “เขมรยิงไทยก่อน” กัมพูชาดิ้น ขู่ฟ้องข้อหาทรยศชาติ
- กัมพูชา เริ่มถอนอาวุธหนัก ออกจากเขาพระวิหารแล้ว หลังลงนามสันติภาพกับไทย
- “สีหศักดิ์” เผยกัมพูชามีท่าทีประนีประนอม อาจเปิดพื้นที่ให้คุยกันได้ หลัง UNCLOS นัดแรก