พบร่างชายวัย 43 ปี นอนเสียชีวิตบริเวณหลังบ้านในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังพกอาวุธปืนปากกาติดตัวเข้าไปในสวน
เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืน ภายในบ้านเลขที่ 38 หมู่ 2 บ้านวังหลัก ตำบลห้วยนาง อำเภอห้วยยอด จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมณ์เดช เปาะทอง รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.ห้วยยอด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ห้วยยอด ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ จังหวัดตรัง
ต่อมาได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง และแพทย์เวรโรงพยาบาลห้วยยอด ร่วมตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น บริเวณด้านหลังบ้านห่างออกไปประมาณ 100 เมตร พบศพนายกิติศักดิ์ หรือ ตา อายุ 43 ปี เจ้าของบ้าน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขาสั้น และรองเท้าแตะ
ห่างจากร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 4 เมตร พบอาวุธปืนปากกาที่แยกออกจากปลอก 1 กระบอก ส่วนภายในกระเป๋ากางเกงพบกระสุนปืนอีก 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานในบริเวณโดยรอบ
ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตถูกกระสุนปืนบริเวณหน้าท้อง 1 นัด ส่งผลให้อวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต โดยแพทย์ประเมินว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 ชั่วโมง
ขณะที่การตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้นพบว่า ปลอกกระสุนที่ผ่านการยิงมีชนิดเดียวกับกระสุนที่เหลืออยู่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าบ้าน พบว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.03 น. มีเสียงคล้ายปืนดังขึ้น 1 นัด แต่ไม่พบความเคลื่อนไหวของบุคคลภายนอกเข้าออกบริเวณบ้าน
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร โดยปกติเป็นคนเก็บตัวและช่วยพ่อแม่ทำสวน เจ้าหน้าที่จึงคาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากอุบัติเหตุปืนลั่น อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน
สำหรับประวัติของผู้เสียชีวิต เดิมเคยประกอบอาชีพขับรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ แต่หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ได้เดินทางกลับมาอยู่บ้าน และแยกทางกับภรรยาซึ่งอยู่จังหวัดพัทลุง โดยมีบุตรด้วยกัน 1 คน หลังจากนั้นจึงกลับมาช่วยครอบครัวทำสวนและพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ รวม 3 คน
ก่อนเกิดเหตุคาดว่า ผู้เสียชีวิตเดินเข้าไปในสวนปาล์มหลังบ้าน โดยพกอาวุธปืนปากกาติดตัวไปด้วย ก่อนเกิดเหตุปืนลั่นจนได้รับบาดเจ็บ และอาจพยายามเดินกลับเข้าบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ แต่ไม่สามารถเดินไปถึง จึงล้มลงเสียชีวิตบริเวณดังกล่าว
ขณะเกิดเหตุพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตกำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน จึงไม่ทราบเรื่อง กระทั่งมีผู้มาพบศพและแจ้งให้ทราบ สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก โดยครอบครัวไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และเตรียมนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดวังหลาม ตำบลห้วยนาง
ด้านนายกิตติภูมิ ทองโอ ชาวบ้านผู้พบศพเป็นคนแรก เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านเข้าไปในสวนของเจ้าของบ้าน เพื่อจะไปตัดหญ้าให้วัวตามปกติ เนื่องจากได้รับอนุญาตจากครอบครัวผู้เสียชีวิตให้เข้าไปตัดหญ้าได้อยู่เป็นประจำ
แต่เมื่อเดินทางเข้าไปกลับพบผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ จึงรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับไปตามพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตที่อยู่ภายในบ้าน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยยืนยันว่าตนไม่ได้สนิทสนมกับผู้เสียชีวิต เพียงรู้จักกันและเข้าไปตัดหญ้าให้วัวในสวนเป็นครั้งคราวเท่านั้น
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ถึงอันตรายจากการครอบครองและพกพาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งนอกจากอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ครอบครองและบุคคลรอบข้าง ประชาชนจึงควรหลีกเลี่ยงการครอบครองหรือพกพาอาวุธลักษณะดังกล่าว