เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. วันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จุดน้ำตกไพรสวรรค์ ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ 4 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านขึ้นมาตกปลาบนน้ำตก โดนกระแสน้ำป่าพัดพาร่างจมหายไปตั้งแต่บ่าย 2 โมงเศษ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ระดมทีมออกค้นหา แต่เนื่องจากฝนตกหนักและกระแสน้ำแรงทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงอันตราย
จากนั้น นายพรศักดิ์ แดงสมุทร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาการแทนนายอำเภอย่านตาขาว นายชัยสิทธิ์ เส็นฤทธิ์ กำนัน ต.โพรงจระเข้ นายธีระโรจน์ แก้วพิทักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.โพรงจระเข้ นายทวีศักดิ์ หวังกา นายก อบต.โพรงจระเข้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านในควน และหน่วยกู้ภัยสว่างภักดีตรัง (จุดอำเภอย่านตาขาว) พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่นับร้อยคน รุดมายังจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยตามหา ทราบชื่อผู้สูญหาย นางสุภัทร นานช้า อายุ 60 ปี ชาว ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาวขาว จ.ตรัง
เจ้าหน้าที่พร้อมชาวบ้าน เดินเท้าฝ่าสายฝนและกระแสน้ำอย่างทุลักทุเล ก่อนพบกางเกงขายาว คาดว่าเป็นของผู้สูญหาย จึงออกระดมค้นหาต่อนานกว่า 6 ชม. กระทั่งเวลา 21.00 น. ได้รับแจ้งว่าพบร่างของ นางสุภัทร อยู่บริเวณใต้เขื่อน ห่างจากจุดน้ำซัดประมาณ 2.5 กม. นอนติดโขดหินอยู่ในสภาพไม่เหลือเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวเนื่องจากโดนกระแสน้ำซัด
สอบถามญาติทราบว่า ผู้เสียชีวิตพร้อมพี่สาวได้เดินทางตกปลาบริเวณลำธารน้ำตก ตั้งแต่เช้าตามเป็นปกติ ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและมีสีขุ่นแดง สองพี่น้องจึงพยายามเดินฝ่ากระแสน้ำข้ามสะพานกลับไปยังอีกฝั่ง โดยพี่สาวข้ามไปได้ ขณะที่นางสุภัทร โดนกระแสน้ำป่าพัดร่างสูญหายไปกับกระแสน้ำ กระทั่งกลายเป็นศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ
ต่อมา เพจ “วีรยุทธิ์ นานช้า บ่าววี” นักร้องชื่อดังปักษ์ใต้ ได้ออกมาโพสต์ว่า ป้าภัทร ผู้สูญหาย เป็นน้าสาวของตัวเอง ซึ่งจุดเกิดเหตุน้ำตกไพรสวรรค์ อยู่แถวหลังบ้านเกิดของบ่าววีเองและมักจะไปเล่นน้ำเป็นประจำตั้งแต่เด็ก
ขณะที่ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผวจ.ตรัง ได้ออกประกาศแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงตกหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 18-25 ต.ค. 69 อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้เชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์น้ำตกโตนเต๊ะ น้ำตกโตนตก และน้ำตกพ่าน อย่างต่อเนื่อง หากพบว่าปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีสีขุ่นแดง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของน้ำป่า ให้ทำการปิดการเข้าชมและห้ามประชาชนหรือนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ผวจ.ตรัง ยังได้กำชับไปยังผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเครือข่ายมิสเตอร์เตือนภัย ให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยริมฝั่งแม่น้ำปะเหลียน ให้ยกของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ และติดตามข่าวสารทางราชการอย่างใกล้ชิด หากประชาชนประสบเหตุภัยพิบัติหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเบาะแสและขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตรัง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง