แม่ภัทร เอาจริง แจ้งจับลูกชาย ปมอุ้มส่งเนิร์สซิ่งโฮมไม่สมัครใจ
แม่ภัทรขอเดินหน้าคดีหลังถูกพาตัวออกจากบ้านไปอยู่เนิร์สซิ่งโฮมนานกว่า 2 ปี ขอสอบลูกชายและทีมรถฉุกเฉินว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่รถพยาบาลยอมรับมัดมือมัดเท้า แต่ปฏิเสธทำร้ายร่างกาย
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 แม่ภัทร หรือ น.ส.นภัทร อายุ 63 ปี เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในเหตุที่เธอถูกนำตัวจากบ้านไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2567
ประเด็นที่แม่ภัทรต้องการให้ตรวจสอบครอบคลุมถึง เบนซ์ ลูกชาย ซึ่งเธอกล่าวหาว่าเป็นผู้ติดต่อว่าจ้างทีมรถฉุกเฉินมารับตัว รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้ามานำตัวเธอออกจากบ้าน ก่อนส่งไปยังโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม ซึ่งแม่ภัทรระบุว่าต้องอยู่ภายในสถานที่นานกว่า 2 ปีโดยไม่สมัครใจ
ก่อนหน้านี้ นายเอกภพเคยระบุในรายการโหนกระแสว่า กระบวนการทางกฎหมายต้องตรวจสอบตั้งแต่วันแรกที่แม่ภัทรถูกนำตัวออกจากบ้านว่า ใครเป็นผู้ว่าจ้าง ใครเข้าร่วมในการนำตัว และแต่ละคนมีบทบาทอย่างไร พร้อมยืนยันว่าการที่ลูกชายก้มกราบขอโทษแม่กลางรายการไม่ได้ทำให้กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายสิ้นสุดลง
เหตุที่เป็นข้อพิพาทเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 แม่ภัทรเล่าว่า มีชายเข้ามานำตัวออกจากบ้าน ก่อนพาขึ้นรถลักษณะคล้ายรถฉุกเฉินและเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี เธออ้างว่าระหว่างนั้นถูกใช้กำลัง บังคับขึ้นรถ มัดตัว และล็อกด้วยกุญแจมือ ก่อนถูกส่งเข้าไปภายในศูนย์ดูแล มติชนออนไลน์
แม่ภัทรให้ข้อมูลผ่านรายการโหนกระแสว่า เมื่อถึงศูนย์แล้วถูกนำเข้าไปในห้อง ถอดเสื้อผ้า ใส่ผ้าอ้อม ล็อกแขนขาติดกับเตียง และบังคับให้กินยา ต่อมายังต้องพักอยู่ในห้องที่มีลูกกรงและไม่มีห้องน้ำภายใน โดยยืนยันว่าการเข้าไปอยู่ที่นั่นไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม ฝั่งเจ้าหน้าที่รถพยาบาลเอกชนที่รับตัวแม่ภัทรออกมาให้ข้อมูลอีกด้านเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยยืนยันว่า ไม่มีการต่อยหรือใช้มือปิดปากแม่ภัทร ตามข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่ามีการมัดมือและเท้าระหว่างนำตัว เพราะแม่ภัทรขัดขืน
เจ้าหน้าที่รถพยาบาลให้ข้อมูลว่า ได้รับการติดต่อจากลูกชายของแม่ภัทรล่วงหน้า โดยได้รับแจ้งว่าผู้เป็นแม่มีอารมณ์รุนแรงและมีพฤติกรรมที่ครอบครัวกังวล จึงประสานสถานที่ปลายทางไว้ก่อนแล้ว ส่วนการนำตัวในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทำตามข้อมูลที่ได้รับจากครอบครัว และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกาย
ฝั่งเบนซ์เคยชี้แจงในรายการโหนกระแสว่า การพาแม่ไปอยู่ศูนย์ดูแลไม่ได้เป็นการตัดสินใจของเขาเพียงคนเดียว โดยระบุว่าน้องสาวมีส่วนเสนอให้พาแม่ไปรักษา และยืนยันว่าตนไม่ทราบมาก่อนว่าสภาพภายในศูนย์จะเป็นอย่างที่ปรากฏภายหลัง
แม่ภัทรกับลูกชายเผชิญหน้ากันกลางรายการเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ช่วงท้ายเบนซ์ร้องไห้และก้มกราบขอโทษแม่ โดยบอกว่าไม่เคยเห็นสภาพภายในศูนย์และไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แม่ภัทรกอดและปลอบลูก แต่ยังยืนยันว่าประเด็นทางกฎหมายต้องแยกออกจากความสัมพันธ์ในครอบครัว
คดีขยายวงกว้างหลังหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบศูนย์ในจังหวัดกาญจนบุรี พบห้องที่ติดลูกกรงและเตียงที่มีโครงเหล็กครอบ รวมถึงพบผู้รับบริการกลุ่มจิตเวชจำนวนหนึ่ง ขณะที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสั่งปิดศูนย์และเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมเตรียมตรวจสถานดูแลลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ
การร้องต่อสายไหมต้องรอดในวันนี้จึงเป็นอีกส่วนของคดีที่แยกจากการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ โดยมุ่งไปที่เหตุการณ์ตั้งแต่วันที่แม่ภัทรถูกนำตัวออกจากบ้าน รวมถึงผู้ว่าจ้างและบุคคลที่เข้าร่วมในการนำตัว เพื่อให้ตำรวจพิจารณาว่าการกระทำของแต่ละฝ่ายเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่
- ประวัติ นางนัยนา หาญธนะสุกิจ ผอ.ศบส.5 จากนักวิชาการสาธารณสุข สู่งานกำกับมาตรฐานศูนย์ผู้สูงอายุ
- เปิดคำตอบ ผอ.ศบส.5 รับเห็นกรงเขียว อ้างใช้ชั่วคราว กรรชัยสวน อนุญาตขังคนได้ด้วยหรือ?
- ศบส.5 คือใคร? สรุปหน้าที่หน่วยงานตรวจศูนย์ดูแล หลังดราม่ากรงขังแม่ภัทร
ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ