ตร.ขับเคลื่อนงานจราจร ลดอุบัติเหตุ เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ปิดบังใบหน้า-ไม่ซุ่มจับ-เตือนก่อนปรับ แต่หากขับอันตรายจับปรับทันที เย็นวันที่ 14 ต.ค. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟัง นโยบายและกำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายด้านการจราจร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ตามนโยบาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.โดยมี พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างวินัยจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนน ตามนโยบายหลักของ ผบ.ตร. ได้กำชับตำรวจจราจรต้องไม่ปิดบังใบหน้า ไม่สวมหมวกโม่งปิดคลุมใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ห้ามเรียกตรวจแบบซุ่มจับ
รองโฆษก ตร.เผยต่อว่า การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต้องสุภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ประกอบด้วย การตรวจสอบประวัติการขับขี่ของผู้ขับขี่ผ่านระบบ PTM (Police Ticket Management) ก่อนพิจารณาดำเนินการทุกครั้ง ยึดหลักตักเตือนก่อนเปรียบเทียบปรับ หากพบกระทำผิดซ้ำจะปรับตามกฎหมายแบบขั้นบันได และเพิ่มอัตราโทษถึงระดับสูงสุดหากยังฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำอีก ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเตือนก่อนปรับ ไม่เจาะจงข้อหาว่าข้อหาใดต้องเตือนก่อน แต่ตำรวจจราจรใช้ดุลพินิจว่าการกระทำผิดกฎหมายจราจรนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใดหรือไม่ เช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร หากขับไปชนหรือทำให้รถคันอื่นเกิดอุบัติเหตุ การแข่งรถในถนน หรือการเมาแล้วขับ ลักษณะนี้ต้องดำเนินคดีเพราะเป็นข้อหาที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น
พล.ต.ต.วรวิทย์กล่าวว่า ในส่วนของการให้บริการด้านการจราจร ยกระดับการทำงานใน 6 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการจราจรให้คล่องตัว การป้องกันและลดอุบัติเหตุ การอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม การสื่อสารให้ความรู้เพื่อสร้างวินัยจราจร และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด สนับสนุนเครื่องมือ ติดตามแก้ไขปัญหา ตลอดจนดูแลสวัสดิการและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่การเป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา