“ภาวุธ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม จี้รัฐเปลี่ยนวิธีคิดจาก ควบคุมเป็นส่งเสริม ปลดล็อกตลาดมูลค่า 3.7 หมื่นล้าน
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันดิจิทัลไทย สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ไปเข้าร่วมงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลคอนเทนต์ที่สำคัญมากของประเทศไทย โดยเฉพาะในโซนเจรจาธุรกิจ (B2B) ที่รวบรวมผู้ประกอบการพัฒนาเกม ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และบริษัทเทคโนโลยีระดับสากลจากทั่วโลกมาร่วมเจรจาซื้อขายเกม ซึ่งสร้างมูลค่าการเจรจาธุรกิจในปีที่ผ่านมากว่า 1,200 ล้านบาท
นายภาวุธกล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) พบว่าในปี 2568 ตลาดอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยมีมูลค่ารวมสูงกว่า 37,000 ล้านบาท ทว่ามูลค่าของธุรกิจเกมที่คนไทยเป็นเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) กลับมีสัดส่วนเพียง 591 ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นตลาดเกมที่มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เรายังขาดการส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์เกมที่เป็นลิขสิทธิ์ของคนไทยเองอย่างเพียงพอ ทั้งที่อุตสาหกรรมเกมเป็นภาคส่วนสำคัญที่สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่โปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ ศิลปิน และนักเขียน ตลอดจนสามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์เป็นภาพยนตร์และสินค้าอื่นๆ ทั่วโลกได้
นายภาวุธกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ตนได้เคยเชิญตัวแทนจาก DEPA กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย และสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย มาร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการตกลงร่วมกันคือการเร่งผลักดัน 'พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม' เพื่อให้โครงสร้างทางกฎหมายนี้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติที่รับผิดชอบโดยตรง มีการวางแผนพัฒนาระยะยาว การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนผู้พัฒนาเกมสัญชาติไทย และการปรับปรุงระบบจัดเรตติ้งเกมที่เป็นมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนอยากเน้นย้ำและพยายามผลักดันมาโดยตลอดคือ กฎหมายฉบับนี้ต้องทำหน้าที่ภายใต้แนวคิดส่งเสริมและเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ไม่ใช่การนำข้อจำกัดทางกฎหมายไปใช้ควบคุมหรือสร้างอุปสรรค จนผู้ประกอบการรายย่อยและสตูดิโอเกมไทยรายเล็กไม่สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ ตนจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ DEPA เร่งสรุปร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ทางพรรคประชาชนก็มีร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม ที่เตรียมความพร้อมไว้แล้วเช่นกัน และคาดหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้นำร่างกฎหมายของทั้งสองฝ่ายมาพิจารณาร่วมกันเพื่อให้ได้กฎหมายที่รอบด้าน
นอกจากนี้ นายภาวุธเห็นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่จำเป็นต้องรอกระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้น แต่สามารถเริ่มต้นลงมือทำงานสนับสนุนเชิงรุกได้ทันทีผ่านระบบส่งเสริมการลงทุน เช่น การสนับสนุนเงินทุนตั้งต้นให้สตูดิโอไทยสามารถสร้างเกมและเป็นเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา การปรับปรุงมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้สอดรับและเอื้อต่อธุรกิจสร้างเกม ตลอดจนการผลักดันให้พื้นที่เจรจาจับคู่ธุรกิจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบตลอดทั้งปีเพื่อวัดผลการสร้างรายได้จากการส่งออกเกมไทยไปต่างประเทศ
“เพราะเกมไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คืออุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างงาน สร้างรายได้ และดึงเงินจากทั่วโลกเข้าประเทศไทยได้จริงๆ ครับ” นายภาวุธกล่าวทิ้งท้าย