คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangตาก · เปลี่ยน

แม่ดา โต้ข่าวบังคับลูกหาเงิน ยันรักลูกแต่ควบคุมไม่ได้ ฟ้าใส แฉกลับ โดนใช้ซื้อยาเสพติด

ที่มา: The Thaiger

แม่ดา โต้ข่าวบังคับลูกหาเงิน ยันรักลูกแต่ควบคุมไม่ได้ ฟ้าใส แฉกลับ โดนใช้ซื้อยาเสพติด

แม่ดา รับตี-ตบลูกจริง โต้ข่าวบังคับลูกหาเงิน ยันรักลูกแต่ควบคุมไม่ได้ ยอมส่งให้ พม. ดูแลต่อ ฟ้าใส แฉกลับทั้งน้ำตา เคยโดนใช้ซื้อยาเสพติด

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ 14 ต.ค. 69 แม่ดา แม่ของน้องฟ้าใส ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก หลังเกิดเรื่องราวดราม่าครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

แม่ดา ระบุว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 4 คน โดยน้องฟ้าใสเป็นลูกของสามีคนที่ 2 ที่เสียชีวิตไปแล้ว สาเหตุที่ออกจากสังกัดเดิม เพราะแม่ไม่ชอบสังคมโซเชียล ไม่ชอบสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ และรู้สึกอึดอัดที่ไม่มีอิสระในการไปไหนมาไหน

แม่ดา เล่าต่อว่า เรื่องเงินก็มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยสังกัดเดิมให้เงินใช้อาทิตย์ละ 2,500 บาท (บางเดือนที่ต้องจ่ายค่าน้ำไฟจะได้ 3,000 กว่าบาท) ซึ่งแม่มองว่าแม้จะมากกว่าตอนเก็บขยะ แต่ก็ไม่พอใช้ จึงตัดสินใจอยากกลับบ้านและบอกทีมงานเสมอ สุดท้ายน้องฟ้าใสมากอดแม่ร้องไห้และตกลงยอมกลับด้วย โดยตอนออกมาได้เงินก้อนมา 90,000 บาท และตามมาอีก 40,000 บาท รวมเป็น 130,000 บาท

ในส่วนการทำงานกับ “นุ้งตี้”

เมื่อมาอยู่กับสังกัดใหม่ แม่รู้สึกอึดอัดและมองว่าทุกอย่างเป็นละคร มีการบรีฟให้ทำคอนเทนต์ที่แม่ไม่เต็มใจ เช่น บังคับให้ใส่ชุดสีส้มไปถ่ายคลิปที่ต้นมะพร้าวจนโดนโซเชียลโจมตี

ในเรื่องรายได้ สัญญาถูกระบุว่าหักเปอร์เซ็นต์ให้แม่ 20-30% โดยงานที่ได้เงินเยอะที่สุดคือการรีวิวครีม ได้เงินมา 15,000 บาท

ปัญหาเรื่องเวลาทำงาน สังกัดนัดให้ไปถึง 4 โมงเย็น แต่น้องฟ้าใสเลิกเรียนบ่าย 3 กว่า ทำให้เดินทางไปไม่ทัน และถูกทีมงานบ่นว่ามาไม่ตรงเวลา

อีกทั้งทีมงานบังคับว่าคอนเทนต์ทุกคอนเทนต์ต้องมีแม่เข้ากล้องด้วย เพราะกลัวช่องจะปลิว ทำให้แม่ถูกมองว่าอิจฉาลูกทั้งที่แม่ไม่อยากอยู่ในกล้อง

ดราม่าที่ร้านยำ “เจ๊เบียร์”

วันเกิดเหตุที่ร้านยำ แม่ถูกนัดให้มาทำงานตอนบ่ายโมงและต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ล้างผัก เช็ดโต๊ะ เสิร์ฟอาหาร ไปจนถึงตี 2 แม่รู้สึกเหนื่อยมากและไม่ได้กินข้าว จนเกือบจะเป็นลม

แม่ไม่พอใจที่น้องฟ้าใสไม่ยอมช่วยเสิร์ฟ และถูกทีมงานห้ามไม่ให้น้องทำ โดยอ้างว่าน้องฟ้าใสเป็นเด็กในสังกัด ทำให้แม่ต้องทำงานหนักคนเดียว

พฤติกรรมของน้องฟ้าใสเปลี่ยนไปมาก ไม่ยอมทำงานบ้าน ไม่หุงข้าว เล่นแต่โทรศัพท์ และที่แม่ทนไม่ได้คือ น้องถอดกางเกงในแช่ทิ้งไว้จนเหม็นเน่าไม่ยอมซักเอง

ปมปาหินโดนเท้านักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ และการเรียกเงิน 40 ล้าน

เหตุการณ์ปาหิน แม่ยอมรับผิดและขอโทษฝรั่งไปแล้ว แต่ฝรั่งโวยวายและด่าแม่ชุดใหญ่ ส่วนเรื่องการเรียกเงิน 40 ล้าน แม่ชี้แจงว่า พูดไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบและพูดไปเรื่อย เพราะรู้ว่าตัวเองยังมีสัญญาผูกมัดอยู่และไม่สามารถเอาเงินนั้นได้จริง และเรื่องเงินรายได้ของฟ้าใสที่โอนเข้าบัญชีแม่ แม่ยืนยันว่าใช้จ่ายร่วมกันกับน้อง และน้องมักจะใช้เงินเก่งตามใจปาก ส่วนแม่กินแค่เครื่องดื่มชูกำลังขวดเดียว

สาเหตุที่ขับซาเล้งหนี เพราะถูกฝั่งนั้นไล่ตะเพิดให้ออกไป ประกอบกับความโมโหและหิวข้าว จึงบิดมอเตอร์ไซค์หนีออกไปอย่างรวดเร็ว

ฟ้าใส แฉแม่ดา ทั้งน้ำตา แม่ กล้าสาบานไม่เคยยุ่งยาเสพติด

ตัวแทนนักข่าวในวงสัมภาษณ์ เปิดคลิปเสียง ฟ้าใส แฉแม่ดาว่า แม่เคยบังคับให้ไปเอายาเสพติดกับพม่า ถ้าไม่ไปก็จะถูกใช้เชือกฟาด

“ถูกแม่บังคับให้ไปเอายาเสพติดกับชาวพม่า และสั่งไปซื้อเหล้าที่ร้านค้า ถ้าไม่ไปโดนเชือกมีด้ามฟาด”

หลังฟังคลิปเสียงจบ แม่ดา ท้าสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่รู้จักคนพม่า และไม่มีเงินพอที่จะไปซื้อยามาเสพ ยืนยันว่าลูกพูดโกหกในเรื่องนี้ ที่ลูกพูดแบบนั้นเพราะยังมีโกรธแม่อยู่

สำหรับเรื่องทำร้ายร่างกาย แม่ดา ยอมรับว่า เคยใช้ไม้แขวนเสื้อตีลูกเพื่อสั่งสอน และเคยตบหน้าลูกจริง สาเหตุเพราะน้องไปบอกคนอื่นว่าตัวเอง “โสด”

นอกจากนี้ทาง แม่ดาบอกว่า ยอมรับว่ายังรักลูก แต่ไม่สามารถควบคุมความดื้อรั้นและการเถียงของน้องฟ้าใสได้อีกต่อไป แม่และน้องฟ้าใสได้ตกลงพูดคุยกันแล้ว โดยน้องยินยอมที่จะไปอยู่ในความดูแลของ พม.

ทาง พม. จะเข้ามาคุ้มครองเด็ก โดยให้เด็กกลับไปใช้ชีวิตปกติและเรียนหนังสือ หากอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ต้องรอให้อายุ 18 ปีก่อน

แม่ดายืนยันว่า ต้องการยกเลิกสัญญากับนุ้งตี้ ไม่อยากให้น้องทำงานนี้แล้ว ส่วนตัวแม่เอง จะขอกลับไปใช้ชีวิตอิสระแบบเดิม โดยพี่ชายคนโตจะลงทุนให้แม่กลับไปยึดอาชีพขายลูกชิ้นหรือขายผลไม้ต่อไป

มุมมองจากหน่วยงาน (มูลนิธิเป็นหนึ่ง และ พม.)

ทางคุณต้นอ้อ จากมูลนิธิเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า เคสของน้องฟ้าใสมีดราม่ามาตลอด 2 ปี โดยเมื่อ 2 ปีก่อนแม่เคยเอาน้องไปทิ้งไว้ และทางมูลนิธิได้ส่งเรื่องให้ พม. ดูแล ปัจจุบัน พม. มีความกังวลและเป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็ก รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคมต่อไป เพราะตอนนี้น้องโดนกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงตำรวจไซเบอร์และอัยการ ต้องเข้ามาตรวจสอบข้อกฎหมายและสัญญาการจ้างงาน ว่ามีการหักเปอร์เซ็นต์หรือเอาพวกลูกไปหาผลประโยชน์หรือไม่ พม. ไม่เห็นด้วยกับการที่อินฟลูเอนเซอร์ให้เด็กมาด่าแม่ตัวเอง และมองว่าสังคมส่วนหนึ่งกำลังทำร้ายเด็กจากการป้อนสถานะอินฟลูเอนเซอร์ให้

- เพจดังเล่า วงในแฉ “แม่น้องฟ้าใส” ติดการพนัน ใช้เงินลูก? ยังไม่มีใครยืนยัน

- น้องฟ้าใส สารภาพ “โกหก” แม่-ทีมงาน สวมรอยเบิกเงิน 8 หมื่น แถมกุเรื่องจนดรามาลุกลาม

- สรุปดรามา “แม่ฟ้าใส” สลิ้งแตก ขว้างหินใส่ฝรั่ง ก่อนซัดเดือด “เจ๊เบียร์” กลางถนน

อ้างอิงจาก : FB อรรถรส

ความคิดเห็น