คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุรินทร์ · เปลี่ยน

เที่ยววัด-วันหยุด – เยือน‘วัดบวรนิเวศวิหาร’ สักการะ‘พระพุทธชินสีห์’

ที่มา: ข่าวสด

‘วัดบวรนิเวศราชวิหาร’ หรือที่ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกสั้นๆ ว่า วัดบวรฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ต้นถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบางลำพู อยู่ใกล้กับตรอกข้าวสารที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยชั่วคราวเป็นจำนวนมาก จึงมิใช่เรื่องน่าแปลกใจที่จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาชมความงามและถ่ายรูปวัดบวรฯ เก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) ประมุขสงฆ์พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ในอดีต วัดบวรนิเวศวิหาร ยังเป็นที่พำนักของพระภิกษุนาคหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลายรูป และยังเป็นสถานที่พำนักระหว่างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ครั้งทรงผนวชอีกด้วย

นอกจากนี้ วัดบวรฯ ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมวัดบวรนิเวศ

รวมทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งอยู่ที่อาคาร ภปร. ภายในวัดบวรนิเวศวิหาร เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครนำชม ช่วงบ่ายเวลาประมาณ 14.00 น. สิ่งที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นพระประวัติและพระเกียรติคุณ รวบรวมประวัติศาสตร์ ผลงาน และเรื่องราวความสำคัญของสมเด็จพระสังฆราชและเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารทุกพระองค์

วัดบวรนิเวศราชวิหาร แต่เดิมเป็นวัดใหม่อยู่ใกล้กับวัดรังษีสุทธาวาส ต่อมาได้รวมเข้าเป็นวัดเดียวกัน โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นใหม่

วัดแห่งนี้ ได้รับการทำนุบำรุง และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นจนเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง

ในปัจจุบันศิลปกรรมโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ หลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในสภาพดีพอที่จะชมและศึกษาได้ เป็นจำนวนไม่น้อย

สำหรับการเดินทางไปวัดบวรฯ มีรถประจำทาง และรถประจำทางปรับอากาศ อาทิ สาย 516 ผ่าน หรือแวะมาลงตรงถนนราชดำเนิน หน้ากองสลาก แล้วเดินเข้ามาในตรอกถนนข้าวสาร ประมาณ 200-300 เมตร

เดินเข้าไปในวัด เริ่มต้นจากพระอุโบสถที่มีความงดงาม ด้านหน้าวิหารเป็นมุข มีเสาเหลี่ยมมีพาไลรอบซุ้มประตู หน้าต่าง และหน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้น

พระอุโบสถหลังนี้ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยโปรดให้มุงกระเบื้องเคลือบลูกฟูก ประดับลายหน้าบันด้วยกระเบื้องเคลือบสี และโปรดให้ขรัวอินโข่งเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในพระอุโบสถ ส่วนภายนอกได้รับการบูรณะบุผนังด้วยหินอ่อนทั้งหมด

เมื่อเดินเข้าไปภายในพระอุโบสถ แลมองไปรอบข้าง เป็นผนังหินอ่อนสีขาวตัดกับสีทองของประตูและหน้าต่าง ตรงกลางเป็นพระประธานในพระอุโบสถ คือ พระพุทธชินสีห์ สันนิษฐานว่าสร้างสมัยพระยาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย พร้อมกับพระพุทธชินราชที่พิษณุโลกและพระศรีศาสดา

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างทรงผนวชได้โปรดให้อัญเชิญพระศรีศาสดาและพระพุทธชินสีห์มาประดิษฐสถานที่วัดบวรนิเวศวิหารจนถึงปัจจุบัน

ได้ลองเข้าไปกราบนมัสการขอพรจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นลองเดินเข้าไปในบริเวณถัดจากเก๋งจีนเป็นวิหารพระศาสดา เป็นวิหารใหญ่แบ่งเป็น 2 ห้อง ด้านหลังเป็นพระพุทธไสยาสน์ สมัยสุโขทัย ฝาผนังมีจิตรกรรมเรื่องพระพุทธประวัติและชาดก

ด้านหน้าประดิษฐานพระศาสดา รัชกาลที่ 4 โปรดให้อัญเชิญมาจากวัดสุทัศนเทพวราราม

ในบริเวณพุทธาวาส มีศิลปกรรมน่าสนใจอีกหลายอย่างเช่น พระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นพระพุทธบาทโบราณสมัยสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ในศาลาข้างพระอุโบสถพลับพลา

ถัดจากพระพุทธบาท ให้มองมุมสูงขึ้นไป จะเห็นพระมหาเจดีย์ใหญ่สีทองสูงเด่นเป็นสง่า พระมหาเจดีย์ มีฐานทรงกลม ตรงกลางประดิษฐานพระเจดีย์ที่สูงจากฐานประมาณ 4 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

บริเวณเดียวกับพระมหาเจดีย์ใหญ่ ยังมีพระเจดีย์ไพรีพินาศ เป็นที่ประดิษฐานพระไพรีพินาศ พระพุทธรูปปางประทานพร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญและมีชื่อเสียงของวัดบวรฯ

โดยทางวัดได้สร้างพระไพรีพินาศจำลองไว้ให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้กราบนมัสการแทนองค์จริงที่ไม่ได้เปิดให้เข้าไปอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ดี พระไพรีพินาศจำลอง แม้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระมหาเจดีย์ใหญ่มากนัก แต่อยู่ในเขตของสังฆาวาส ต้องคอยสังเกตมีป้ายบอกทางชี้กำกับไว้

สำหรับเขตสังฆาวาส เป็นเขตที่จำพรรษาของพระภิกษุ-สามเณร ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่เรียงรายให้ร่มเงา

ลองเดินเข้าไปผ่านซุ้มประตูเล็กๆ จะเป็นสะพานข้ามคูน้ำเล็กๆ จะเห็นตำหนักและกุฏิเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ตั้งชื่อปักป้ายไว้อย่างเป็นระเบียบ แบ่งเป็นคณะๆ ไป อาทิ คณะเขียวบวร คณะแดงบวร คณะขาบบวร

ในเขตสังฆาวาสยังมีตำหนักที่ประทับของพระมหากษัตริย์ที่ผนวชในวัดแห่งนี้ เริ่มจากตำหนักปั้นหยา ซึ่งเป็นตึกฝรั่ง 3 ชั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างพระราชทานพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ เมื่อทรงอาราธนาให้เสด็จมาประทับที่วัดนี้

ถัดจากตำหนักปั้นหยา เป็นตำหนักจันทร์ เป็นตำหนักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างถวายเป็นที่ประทับของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระวชิรญาณวโรรส

สำหรับพระตำหนักเพ็ชร ตั้งอยู่ขวามือ เมื่อเดินเข้าจากหน้าวัด เป็นตำหนัก 2 ชั้นแบบฝรั่ง มุขหน้าประดับด้วยลวดลายไม้ฉลุงดงาม

ศิลปกรรมและถาวรวัตถุของวัดบวรนิเวศวิหารยังมีอีกหลายแห่ง ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพดี อาทิ วิหารหลวงพ่อดำ อาคารพิพิธภัณฑ์ ภปร เป็นต้น

ส่วนผู้ที่เดินทางมาที่วัด ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเพื่อความเหมาะสมในการเข้าวัด

ความคิดเห็น