สุรินทร์ฝนไม่หวั่น! ชาวกูยสืบสาน “วันสารทซวย” จัดเต็มของเซ่นไหว้รำลึกบรรพบุรุษ
ชาวบ้านตาโมม อ.สังขะ รวมพลังสืบสานประเพณีท้องถิ่น แม้ฝนตกต่อเนื่องและชายแดนไทย–กัมพูชามีสถานการณ์ตึงเครียด ยังคงร่วมงานพร้อมเพรียง
วันที่ 25 ก.ย.69 ชาวบ้านตาโมม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ร่วมกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น “วันสารทซวย” หรือพิธีบวงสรวงแสนโฎนตา (อ่านว่า แซน-โดน-ตา ซึ่งเป็นภาษาเขมรท้องถิ่นสุรินทร์ ไม่ใช่ภาษากัมพูชา แปลว่า เซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษ) โดยการจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้และอาหารพื้นบ้านจำนวนมาก เพื่อแสดงความกตัญญูและรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ แม้ในช่วงนี้จะมีฝนตก แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดงาน ซึ่งถือเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยชาวบ้านตาโมม ได้ไปรวมตัวกันที่ วัดเต่าทอง บ้านตาโมม หมู่ 12 ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อช่วยกันเตรียมของเซ่นไหว้และประกอบพิธีตามประเพณีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศฝนตกเป็นระยะ
นายศุภศร ชัยนนท์ ผู้ใหญ่บ้านตาโมม หมู่ 12 ตำบลสะกาด กล่าวว่า ประเพณีวันสารทซวยเป็นประเพณีที่ตนเองเห็นมาตั้งแต่เกิด และชาวบ้านสืบทอดกันมานานหลายร้อยปี แม้การจัดงานจะมีอุปสรรคจากฝนตก ทำให้การเตรียมสถานที่ไม่สะดวก แต่ทุกคนยังให้ความสำคัญและร่วมกันจัดงาน เพราะถือเป็นประเพณีสำคัญของชุมชน
นางบุหงา ตาโย อายุ 53 ปี ชาวบ้านตาโมม เล่าว่า ประเพณีนี้ตนเองพบเห็นมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะการทำ “ข้าวต้มหัวลิง” ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่ทำสืบทอดกันมานาน ใช้สำหรับนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ข้าวต้มหัวลิงมีส่วนผสมทั้งมะพร้าว งา กะทิ น้ำตาล และน้ำด่างธรรมชาติ ห่อเป็นชิ้นเล็ก ๆ มีรสชาติอร่อย แต่ปัจจุบันหากินได้ค่อนข้างยาก จึงถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของประเพณีที่ชาวบ้านยังคงช่วยกันรักษาไว้ รวมทั้งข้าวต้มมัดใบมะพร้าวด้วย นางบุหงา ยังกล่าวถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้ชาวบ้านเริ่มคุ้นเคยกับสถานการณ์มากขึ้น ไม่ได้รู้สึกหวาดระแวงเหมือนช่วงแรก และยังคงใช้ชีวิตและร่วมกิจกรรมประเพณีของชุมชนตามปกติ
สำหรับ “วันสารทซวย” เป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยเชื้อสายซวย หรือชาวกูย จัดขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูและรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ เป็นโอกาสให้ลูกหลานได้กลับมารวมตัว ทำบุญ พบปะญาติพี่น้อง และร่วมกันสืบทอดวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น วันสารท ส่วย จะมีพิธี แซนโฎนตา ในวันที่ 25 ก.ย.69 ซึ่งตรงกับวัน “เบ็ณฑ์ตู๊จ” (Ben Dol Toch) หรือวันสารทเล็ก ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลประเพณีแซนโฎนตาของชาวไทยเชื้อสายเขมร (รวมถึงชาวส่วยหรือกู๋ยในพื้นที่อีสานใต้) เป็นวันที่ลูกหลานเริ่มจัดเตรียมอาหาร ขนม และตระเตรียมเครื่องเซ่นไหว้วันกันช็อง (ช่วงเข้าวัดทำบุญ) ตรงกับวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 เป็นช่วงเวลาทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่วัด โดยวันแซนโฎนตา หรือวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษใหญ่ /ที่ชาวเขมรเรียกว่า วันเบณฑ์ธม หรือวันสารทใหญ่ ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 (แรม 14 ค่ำ เดือน 10) ซึ่งเป็นวันประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษและทำบุญใหญ่ส่งวิญญาณกลับปรโลก เนื่องจากเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่ประตูยมโลกเปิดให้วิญญาณของบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย ได้กลับมาเยี่ยมลูกหลานและรับส่วนบุญ ลูกหลานจะมารวมตัวกันพร้อมหน้าเพื่อแสดงความกตัญญูดังกล่าว