ศึกฮูตียังเดือด! – เอพี รายงานวันที่ 9 ต.ค. ว่า มีเสียงระเบิดหลายครั้งในกรุงริยาด เมืองหลวงของ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หลังทางการซาอุดีอาระเบียแถลงก่อนหน้านี้ว่าสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดถูกโจมตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บหลายราย
ขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีสนามบินคิงคาลิดครั้งใหม่ โดยระบุว่าขีปนาวุธทำให้เกิดความเสียหาย แต่ไม่มีการเปิดเผยให้หลักฐานใดๆ และซาอุดีอาระเบียยังไม่มีความเห็นใดต่อการอ้างความรับผิดชอบของกลุ่มฮูตี
พล.ต.ตูร์กี อัล-มัลกี โฆษกกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเพื่อต่อสู้กับกลุ่มฮูตี เปิดเผยว่ากองกำลังสามารถสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธนำวิถี 2 ลูกที่ฮูตียิงไปยังกรุงริยาด รวมถึงขีปนาวุธนำวิถีอีก 1 ลูกที่ยิงไปยังเมือง คามิส มูชายต์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ใกล้กับพรมแดนเยเมน
ด้านหน่วยป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่าเศษซากจากการสกัดกั้นขีปนาวุธสร้างความเสียหายแก่โรงเรียนอนุบาลและศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่ง แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีสนามบิน ฐานทัพ และโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบียหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
พล.ต.ยาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวในแถลงการณ์เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีว่า ฮูตียิงขีปนาวุธและขีปนาวุธร่อนใส่สนามบินในกรุงริยาดและเมืองนาจราน ทางตะวันตกเฉียงใต้ และทำให้เที่ยวบินหยุดชะงัก ก่อนหน้านี้ฮูตีออกคำเตือนถึงสายการบินทั่วโลกเป็น “ครั้งสุดท้าย” เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการบินผ่านน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบียซึ่งกลุ่มกบฏระบุว่าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร
ส่วนแถลงการณ์ฉบับใหม่กลุ่มฮูตียังเตือนประชาชนในซาอุดีอาระเบียให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ตั้งของโรงงานและโครงสร้างด้านพลังงานซึ่งถือเป็น “เป้าหมายของกองกำลัง” ขณะเดียวกันยังเดินหน้ามาตรการปิดล้อมซาอุดีอาระเบียด้วย
เว็บไซต์ Flightradar 24 รายงานเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 ต.ค. ว่า สนามบินนานาชาติคิงคาลิดกลับมาปิดทำการอีกครั้ง ไม่นานหลังเกิดเหตุระเบิด ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำกรุงริยาดแจ้งผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า สายการบินแอร์อินเดียระงับการให้บริการจนถึงวันเสาร์ที่ 10 ต.ค.
ส่วนกลุ่มสายการบินลุฟท์ฮันซ่าแถลงว่าจะระงับเที่ยวบินไปยังกรุงริยาดจนถึงวันที่ 16 ต.ค. สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประกาศเตือนภัยด้านความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. โดยแจ้งให้พลเมืองสหรัฐรับทราบถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปิดน่านฟ้า และกำชับให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐงดการเดินทางเข้าพื้นที่รัศมี 20 ไมล์ (32 กิโลเมตร) จากแนวชายแดนติดเยเมน