ศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นหนังสือคัดค้านและโต้แย้งมาตรการบังคับทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาฯ ชี้ขาดอำนาจตามกฎหมายและไร้ความเป็นธรรม วอนสังคมอย่าเพิ่งตัดสินจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในขณะที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มอบหมายให้สำนักงานประธาน กสทช. เผยแพร่แถลงการณ์ด่วนที่สุด เพื่อแสดงจุดยืนในการคัดค้านและโต้แย้งการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง รวมถึงมาตรการบังคับทางปกครองที่ออกโดย นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งมีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ภายใน 7 วัน พร้อมปรับเงินวันละ 50,000 บาท
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ศาสตราจารย์คลินิก สรณ ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ซึ่งเคยเป็นแพทย์ใหญ่ และเป็นผู้บริหารที่ทุ่มเททำงานเพื่อส่วนรวมมาอย่างยาวนาน ต้องเผชิญกับความไม่ธรรม จากกระบวนการที่ท่านและทีมกฎหมายมองว่าขาดความชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์คลินิก สรณ มีประเด็นข้อโต้แย้งและข้อสังเกตสำคัญตามบันทึกคัดค้าน ดังนี้
- คณะกรรมการสรรหาฯ สิ้นสุดอำนาจหน้าที่ไปนานแล้ว โดยภารกิจของคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งเป็นองค์กรเฉพาะกิจตามกฎหมาย ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงตั้งแต่วันที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564 และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ กสทช. ครบทั้ง 7 คนแล้ว ดังนั้น อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ ย่อมสิ้นสุดลง ตามกลไกที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 24-27/2555 ที่วินิจฉัยว่า “…เมื่อการดำเนินการสรรหาเสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาในครั้งนั้นก็สิ้นสุดลง…” และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 16/2555 ที่วินิจฉัยในทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 211 คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลผูกพันคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วางบรรทัดฐานไว้ชัดเจนว่า “ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาได้สิ้นสุดลงและไม่มีอำนาจต่อเนื่องในการเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่”
- ไม่มีเหตุที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณาใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ได้ โดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มิได้ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาฯ ในการพิจารณาวินิจฉัยว่าผู้ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งได้กระทำการฝ่าฝืนข้อกฎหมายใดๆ หรือมีอำนาจสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งดังกล่าวจึงเป็นการก้าวก่ายและแทรกแซงการทำงานของ กสทช. โดยปราศจากอำนาจโดยชอบ
- กระบวนการทางกฎหมายยังไม่ถึงที่สุด ปัจจุบันสถานะทางคดียังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ในชั้นศาลปกครองสูงสุด การเร่งรัดใช้มาตรการบังคับทางปกครองและเรียกเก็บค่าปรับสูงถึงวันละ 50,000 บาท ทั้งที่กระบวนการพิจารณายังไม่ยุติ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม สร้างภาระและความกดดันอย่างไม่สมเหตุสมผลแก่ผู้ดำรงตำแหน่งที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
- หนังสือที่อ้างถึงไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดที่ครบถ้วนและชัดแจ้งเพียงพอ และไม่ได้นำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้แก่ศาสตราจารย์คลินิก สรณ โดยหนังสือแจ้งเหตุดังกล่าวไม่ได้แสดงรายละเอียดการประชุมและการลงมติของคณะกรรมการสรรหาฯ อย่างโปร่งใส อาทิ มิได้แจ้งรายละเอียดว่ามติดังกล่าวมีขึ้นหรือไม่ หากมีขึ้น มีขึ้นที่ใด เมื่อใด จัดทำโดยคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ครบองค์ประชุมหรือไม่ และกรรมการสรรหาฯ แต่ละท่านที่เข้าร่วมประชุมมีความเห็นและมีมติอย่างไร เป็นไปตามที่กล่าวอ้างในหนังสือที่อ้างถึงหรือไม่ อีกทั้งหนังสือฉบับดังกล่าวลงนามโดยนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เพียงคนเดียว จึงไม่ปรากฏว่ากรรมการสรรหาฯ รายอื่นได้ร่วมพิจารณาและร่วมลงมติหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนางยุพิน ชลาลัยนิวัฒน์ หนึ่งในกรรมการสรรหาฯ ได้เคยโต้แย้งคัดค้านอำนาจและองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาฯ ในคำวินิจฉัยที่ 1/2569 และไม่เข้าร่วมประชุมจัดทำคำวินิจฉัยที่ 1/2569 อีกทั้งยังได้ยื่นคำให้การขัดแย้งกับคณะกรรมการสรรหาฯ คนอื่น ในคดีหมายเลขดำที่ 155/2569 คดีหมายเลขดำที่ 1590/2569 จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ได้ประชุมเพื่อพิจารณาและมีมติจัดทำหนังสือที่อ้างถึงโดยชอบ
- หนังสือที่อ้างถึงไม่ได้แสดงข้อพิจารณาและการใช้ดุลพินิจในการชี้แจงหลักเกณฑ์ หรือพื้นฐานในการคำนวณอัตราค่าปรับที่สูงเกินส่วนอย่างชัดเจน และไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าปรับบังคับการว่าจะต้องชำระที่ไหน อย่างไร และให้ใคร
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์คลินิก สรณ ได้ขอให้คณะกรรมการสรรหาฯ งดเว้นและระงับการบังคับทางปกครอง รวมถึงการเรียกเก็บค่าปรับดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้จัดส่งเอกสารรายงานการประชุมให้ครบถ้วนและชัดแจ้ง และหลักเกณฑ์การคำนวณกำหนดค่าปรับบังคับการจำนวน 50,000 บาทต่อวันมาให้ทราบอย่างครบถ้วน โดยศาสตราจารย์คลินิก สรณ ขอสงวนสิทธิทุกประการในการดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและเกียรติภูมิในการทำงานเพื่อประชาชนต่อไป