คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุรินทร์ · เปลี่ยน

สพฐ.เปิดผลสอบ คอร์สเรียนจีนทิพย์ มีมูลผิดวินัยร้ายแรง จ่อดำเนินคดีอาญา แจงเหตุยังไม่ปลด-ไล่ออก

ที่มา: มติชน

สพฐ.เปิดผลสอบ คอร์สเรียนจีนทิพย์ มีมูลผิดวินัยร้ายแรง จ่อดำเนินคดีอาญา แจงเหตุยังไม่ปลด-ไล่ออก

วันที่ 27 ตุลาคม นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากกรณีนักเรียนและผู้ปกครองบางส่วนถูกหลอกให้ซื้อคอร์สเรียนระยะสั้นที่ประเทศจีน โดยผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นข้าราชการจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้านแล้ว นั้น

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ขณะนี้การสืบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว และคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้รายงานผลมายังตน พร้อมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการพิจารณาเบื้องต้น คณะกรรมการมีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูลเข้าข่ายความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และยังมีประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาด้วย ดังนั้น หลังจากนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งในส่วนของวินัยและอาญา

นายธนู กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกกล่าวหายังคงมีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา และมีสิทธิได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการสอบสวนอย่างเต็มที่ ทั้งการรับทราบพยานหลักฐาน การชี้แจงข้อกล่าวหา การนำพยานหลักฐานเข้าสืบหักล้าง และการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม โดย สพฐ. จะดำเนินการอย่างรอบคอบและไม่มีการตั้งธงล่วงหน้า เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงจะพิจารณาบุคคลภายนอก สพฐ. เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน เพื่อสร้างความโปร่งใสและลดข้อกังวลหรือข้อครหาที่อาจเกิดขึ้นในสังคม

นายธนู กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีการคืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหาย ขอชี้แจงว่า จากผลการสอบข้อเท็จจริงพบว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการดำเนินการในนามหรือในฐานะการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และไม่มีการขออนุญาตจากส่วนราชการ ดังนั้น ประเด็นความรับผิดในการชดใช้ค่าเสียหายจึงต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและฐานความรับผิดของผู้กระทำเป็นรายกรณี ขณะเดียวกัน สพฐ. จะดำเนินการในส่วนของคดีอาญาตามอำนาจหน้าที่ และผู้เสียหายสามารถดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาได้ตามกระบวนการกฎหมาย

“เรื่องนี้ผมยืนยันว่าไม่มีธง และเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การสอบข้อเท็จจริงเป็นเพียงขั้นตอนรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้น ยังไม่ใช่ขั้นตอนการลงโทษ เพราะเมื่อมีมูลว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งต้องเป็นคณะกรรมการคนละชุดกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ ดังนั้น วันนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะปลดหรือไล่ออก ต้องปล่อยให้กระบวนการสอบสวนดำเนินไปตามกฎหมาย เพื่อให้ผลที่ออกมามีความถูกต้อง เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ครับ”นายธนู กล่าว

ความคิดเห็น