“รมว.สุชาติ” ชูผลสำเร็จ Smart Patrol “จับก่อนล่า” สั่งคุมเข้มพื้นที่รอยต่อ อุทยานฯ ทุกแห่ง หลัง จนท.ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ อช.ภูเวียง รวบพรานป่าพร้อมปืนแก๊ปและอุปกรณ์ล่าสัตว์เพียบ
26 ตุลาคม 2569 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ ว่า
กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าผ่านระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ซึ่งเน้นการทำงานเชิงรุก เพื่อ “สกัดกั้นและจับกุมก่อนที่สัตว์ป่าจะถูกทำล่า”
ล่าสุดได้รับรายงานจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพอุทยานแห่งชาติภูเวียง สามารถเข้าจับกุม ผู้ต้องสงสัย พร้อมอาวุธปืน และอุปกรณ์ล่าสัตว์ ได้ทันทีก่อนจะเกิดความสูญเสีย
“นโยบายสำคัญของกระทรวงฯ คือการยกระดับการปกป้องป่าไม้และสัตว์ป่า ด้วยเทคโนโลยีและการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) การจับกุมที่เกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ ในการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร และวางแผนเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ
เป็นตัวอย่างชัดเจนของการ ‘จับก่อนล่า’ ซึ่งช่วยเซฟชีวิตสัตว์ป่าได้อย่างทันท่วงที ผมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อระหว่างชุมชนกับเขตอุทยานฯ เพื่อหยุดยั้งปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง” นายสุชาติ กล่าว
นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยรายละเอียดว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ชุด Smart Patrol ชุดที่ 2 (หัวภูชน) ได้วางแผนเข้าตรวจสอบบริเวณป่าห้วยไฮ ท้องที่ ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีพรานป่าลักลอบเข้ามาในพื้นที่
กระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ ได้แสดงตัวเข้าจับกุม นายสงกรานต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ราษฎร ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางอาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์บรรจุกระสุนพร้อมใช้งาน อุปกรณ์ดักสัตว์ และอุปกรณ์กระทำผิดอื่นๆ รวม 19 รายการ
“จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า แอบเข้ามาตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม เพื่อวางกับดักและเตรียมล่าสัตว์ จนกระทั่งมาพบเจ้าหน้าที่เสียก่อน การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ รมว.ทส. ที่เน้นย้ำเรื่องการป้องกันเชิงรุก
เบื้องต้นแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (7) ฐานนำอาวุธหรือเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์เข้ามาในเขตอุทยานฯ, มาตรา 20 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว”
อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุด้วยว่า ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติภูเวียงและหน่วยงานพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ ปรับแผนการลาดตระเวนให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในจุดเสี่ยง ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจกับชุมชนรอบแนวเขตป่า ให้เห็นถึงความสำคัญของสัตว์ป่าและบทลงโทษทางกฎหมาย เพื่อสร้างความร่วมมือในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติต่อไป