คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุรินทร์ · เปลี่ยน

ผบ.ทสส.สั่งเหล่าทัพ-ตร. รับมือภัยคุกคาม ถกศอ.ปชด.พรุ่งนี้ ฮึ่มใช้ไทยเป็นทางผ่าน ส่งคนจีนไปเมียนมา

ที่มา: มติชนอ่านแล้ว: 1

ผบ.ทสส.สั่ง เหล่าทัพ-ตร. รับมือภัยคุกคามทุกมิติ ประชุม ศอ.ปชด.พรุ่งนี้ ขันน็อตลอบขนส่งสินค้าต้องห้าม-คนจีน ข้ามชายแดน

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.ณัฐพล เพราแก้ว เสนาธิการทหาร แถลงผลการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำผู้บัญชาการเหล่าทัพและสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้เตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม

พร้อมทั้งระบุว่า ในวันที่ 30 ตุลาคม จะมีการประชุมศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ศอ.ปชด.) ตามวงรอบ ซึ่งภารกิจหลักปราบปรามยาเสพติดและติดตามความคืบหน้าการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเรื่องสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ ในเรื่องสิ่งของเรามีพระราชกําหนดการควบคุมสินค้าชายแดน พ.ศ.2524 เพื่อบูรณาการทําร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันมีสินค้ากว่า 70 รายการถูกควบคุม เช่น สารเคมี สารตั้งต้น ซิมโทรศัพท์ หากจะมีการส่งออกให้ผ่านด่านชายแดนถาวร

ส่วนเรื่องสิ่งของ คงต้องมีการหารือกัน โดยเฉพาะศูนย์สั่งการตามแนวชายแดน ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด มาตรการคัดกรอง ถือเป็นสิ่งที่เราทํามาต่อเนื่อง คงจะมีการพูดคุยและลงรายละเอียดถึงมาตรการต่างๆ

พร้อมทั้งยอมรับว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการกวาดล้าง แต่เครือข่ายดังกล่าวขยับเข้าไปในพื้นที่ตอนในของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในส่วนที่เราสามารถดําเนินการได้ในส่วนของเราต้องบูรณาการทั้งเจ้าหน้าที่รวมถึงฝ่ายต่างประเทศ รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนของเราเอง

สําหรับกรณีนักท่องเที่ยวจีนที่มีปัญหาถูกส่งไปชายแดนเมียนมาผ่านประเทศไทยนั้น เราพยายามดําเนินการซึ่งยอมรับว่ามีเล็ดลอดก็ต้องช่วยกัน ซึ่งในโครงสร้างของ ศอ.ปชด.มีหน่วยงานของตํารวจเฉพาะกิจทําเรื่องนี้อยู่แล้ว

ต่อมา พล.อ.ณัฐพงษ์ นำคณะโฆษกเหล่าทัพและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงผลการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งจัดขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยกล่าวว่า เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกของปีงบประมาณ จึงมีประเด็นสำคัญหลายประเด็น เช่น แนวทางการเปลี่ยนผ่านของกองบัญชาการกองทัพไทยสู่การเป็นกองทัพที่ทันสมัย สามารถรับมือกับภัยคุกคามในหลากหลายมิติ ทั้งมิติการรบ 6 ด้าน ได้แก่ ทางบก ทางอากาศ ทางทะเล (Land, Air, Sea) ด้านอวกาศ ด้านดิจิทัล (Cyberspace) และด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Spectrum Operations : EMSO)

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงศักยภาพในการรบร่วมกัน ทั้งด้านข่าวกรอง (Joint ISR) การยิงระยะไกลที่มีความแม่นยำสูง และการป้องกันภัยจากอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการรบ ด้วยขีดความสามารถในการตัดสินใจที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งหารือแนวทางจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีร่วมกัน ทั้งเครือข่ายศูนย์กลาง (Network Centric) ระบบคลาวด์ทางทหาร (Military Cloud) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานการประชุม ได้กล่าวขอบคุณเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งทุกเหล่าทัพได้ร่วมมือกันทั้งด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ จนสถานการณ์ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

พร้อมเน้นย้ำให้ทุกเหล่าทัพเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยคุกคาม ยาเสพติด และขบวนการสแกมเมอร์อย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่านกลไก ศอ.ปชด.โดยจะมีการประชุมภายใต้กลไกดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ เพื่อหารือรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังขอให้ทุกเหล่าทัพให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องรักษาและถวายพระเกียรติสูงสุดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยเฉพาะพระราชพิธีที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ เช่น งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ความคิดเห็น