พลพีร์ ป้อง อนุทิน แจงยิบเด้งนอภ.บ้านสร้าง ชี้ เก่งโซเชียลหน้างานเหลว อดีตปลัดมท.งงย้ายทิ้งทวน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยกล่าวว่า “เพจของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้แจ้งเตือนด้วยภาพที่ไฮไลท์จุดเกิดฝนให้เข้าใจเป็นอย่างดี เป็นการให้ข้อมูลประชาชนอย่างทั่วถึง เข้าใจง่ายขึ้น รวมข้อมูลของนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต Now Class หรือ การพยากรณ์อากาศระยะสั้นของนายเสรีเปรียบเสมือนส่วนขยายของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อกระชับช่วงเวลาเข้ามา 6 หรือ 12 ชั่วโมง ขอให้ผู้เกี่ยวข้องปรับรูปแบบการทำความเข้าใจให้ประชาชนนำสองการพยากรณ์มาประเมินร่วมกันให้แม่นยำมากขึ้น หากพื้นที่ใดมีการประเมินว่าน้ำจะท่วมสูง ขอให้อพยพคนล่วงหน้าโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและพยายามสื่อสารกับประชาชนได้เข้าใจความเสี่ยง
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรณีคำสั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี จากปัญหาการรับมือและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์น้ำท่วม ตนฟังจากนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าฯปราจีน นายกอบจ.และผู้นำท้องถิ่น จ.ปราจีนบุรี รายงานเหมือนกัน และตนเป็นคนรายงานนายกฯว่าได้รับรายงานจากจังหวัด หลังมีคำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง ได้เห็นว่าอดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ทำหนังสือตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนแล้ว ฉะนั้นเป็นเรื่องเค้าโครงเดียวกันในการตอบสนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา
“นายอำเภอบ้านสร้างเป็นผู้ทำโซเชียลมีเดียได้ดี ประชาชนเห็นการปฏิบัติหน้าที่ในสื่อออนไลน์ แต่การปฏิบัติหน้าที่หน้างาน การสื่อสาร หรือสนองนโยบาย ไม่ได้เป็นไปตามโซเชียลมีเดีย ผู้ว่าฯ ณ วันนั้นและรองผู้ว่าฯ มีความคิดเห็นเดียวกัน อยากให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ก่อน จะเอาปลัดอำเภอไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน เหรียญมีสองด้านเสมอ โลกความเป็นจริงกับโลกออนไลน์อาจแตกต่างกัน ผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯคงวิเคราะห์ คำนวณ มีรายละเอียดเพียงพอ จึงมีหนังสือขึ้นมา ย้ายออกมาก่อน และเอาคนที่คิดน่าจะสนองต่อนโยบายได้ดีลงไปปฏิบัติหน้าที่ ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ถามพยานหลักฐาน หากนายอำเภอไม่ทำผิดก็กลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม ยืนยันว่าการสั่งย้ายครั้งนี้ ไม่มีการเมือง เป็นการรายงานมาจากจังหวัด มีเอกสารรายงานจากอดีตผู้ว่าฯ และจากรองผู้ว่าฯชัดเจน ถ้ามีการสอบจริงๆทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมาให้ข้อมูล” นายพลพีร์ กล่าว
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ว่า รู้จักนายเสฎฐวุฒิ ในฐานะผู้บังคับบัญชาที่เห็นการทำงาน ที่เคยผลักดันนโยบายให้ความสำคัญกับการบำบัดทุกข์ บูรณาการอย่างยั่งยืนร่วมกับภาคีเครือข่าย 7 เครือข่ายสังคม ซึ่งนายอำเภอแสดงผีมือจนได้รับรางวัล ทำงานดี มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เคยเป็นต้นแบบบรรยายให้ความรู้ ปลูกสร้างจิตสำนึก ให้นายอำเภอ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ตนขอให้กำลังใจและขอความกรุณาจากผู้บังคับบัญชาช่วยตรวจสอบ ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนด้วย เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วม บางเรื่องสามารถใช้หลักการบริหารจัดการ หรือ บริหารบุคคล การเลือกวิธีการได้จากเบาไปหาหนัก นายอำเภอเป็นเหมือนแม่ทัพคอยทำนุบำรุง ช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข หากยังอยู่ในวิสัยที่สามารถช่วยประชาชนที่ประสบสาธารณภัย
“ถ้าเขาบกพร่องจริงก็ต้องพิจารณาอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถตักเตือนให้ปรับปรุงการทำงาน และ ส่งคนไปช่วยเหลือเขา เขาอยู่ อ.บ้านสร้างมานาน เขาอยู่กับประชาชนจะเป็นประโยชน์มากกว่า การเอาออกมาแบบนี้นอกจากกระทบกระเทือนจิตใจคนทำงานแล้วยังซ้ำเติมประชาชน จากในคำสั่งก็ไม่ได้รุนแรง” นายสุทธิพงษ์ กล่าว
ส่วนกรณีข่าวผู้ว่าฯปราจีนบุรีลงนามคำสั่งย้ายในวันสุดท้ายของการทำงานหรือวันเกษียณวันที่ 30 กันยายนนั้น นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่เคยเจอ ถามว่าเป็นการทิ้งทวนหรือไม่ นายสุทธิพงษ์ตอบ ใช่ ถ้าเป็นตน ตนไม่ทำ เพราะมีวิธีอินฟอร์มข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาทราบอยู่แล้ว มีหลายวิธี วิธีทำหนังสือเสนอขอให้พ้นจากตำแหน่งอย่างนี้ ปกติเขาไม่ทำกันหรอก ฝากความหวังไว้กับผู้บังคับบัญชานายอำเภอและฝ่ายปกครองพยายามเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงให้รอบด้านในการวินิจฉัยตัดสินผู้ใต้บังคับบัญชาว่าผิดถูก และเมื่อออกคำสั่งให้มาช่วยราชการแล้ว ก็อยากคู่ขนานกัน ต้องมีคำสั่งส่งคนที่เก่งกว่าไปทำงานในพื้นที่