คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุรินทร์ · เปลี่ยน

เจ้าของบาร์ถูกจับ ทิ้งร่างแฟนสาววัย 25 ในป่าห่างโตเกียว 350 กม. ตำรวจพบพิรุธ LINE ก่อนเสียชีวิต

ที่มา: The Thaiger

เจ้าของบาร์ถูกจับ ทิ้งร่างแฟนสาววัย 25 ในป่าห่างโตเกียว 350 กม. ตำรวจพบพิรุธ LINE ก่อนเสียชีวิต

มาโฮะ มุโรกะ วัย 25 ปี ถูกพบเสียชีวิตในป่าจังหวัดมิยางิ ผลชันสูตรชี้ขาดอากาศจากการกดรัดลำคอ ตำรวจจับแฟนหนุ่มเจ้าของบาร์ข้อหาทิ้งศพ พบทั้งคู่เคยมีเหตุรุนแรงจนตำรวจเข้าระงับหลายครั้ง

ตำรวจนครบาลโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กำลังสืบสวนการเสียชีวิตของ มาโฮะ มุโรกะ (Maho Muroga / 室賀真歩) อายุ 25 ปี หลังพบร่างในพื้นที่ป่าใกล้ทะเลสาบฮานายามะ เมืองคุริฮาระ จังหวัดมิยางิ ห่างจากบ้านพักในกรุงโตเกียวมากกว่า 350 กิโลเมตร โดยจับกุม ทาคูยะ มิอุระ (Takuya Miura / 三浦拓也) อายุ 36 ปี แฟนหนุ่มที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ในข้อหาต้องสงสัยทิ้งศพ ขณะเดียวกันตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเขาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเธอหรือไม่

ผลชันสูตรที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตมีแนวโน้มเป็น ภาวะขาดอากาศหายใจจากการกดรัดบริเวณลำคอ ตำรวจเชื่อว่าเหตุที่ทำให้เสียชีวิตอาจเกิดขึ้นภายในอพาร์ตเมนต์ที่ทั้งคู่อาศัยร่วมกันในเขตเนริมา กรุงโตเกียว ก่อนร่างจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดมิยางิ

มิอุระเป็นเจ้าของบาร์ใกล้สถานีนูมาบุคุโระ เขตนากาโนะ กรุงโตเกียว ส่วนมุโรกะทำงานพาร์ตไทม์และเคยเป็นลูกค้าประจำของร้าน ทั้งคู่เริ่มอาศัยอยู่ด้วยกันในเขตเนริมาตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2568 แต่หลังจากนั้นตำรวจได้รับแจ้งปัญหาระหว่างทั้งสองหลายครั้ง

ข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์ TV Asahi ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 มีการแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์รวม 4 ครั้ง วันที่ 11 มีนาคม มุโรกะโทรสายด่วน 110 ขอความช่วยเหลือ เมื่อตำรวจเดินทางถึงที่พัก มิอุระชี้แจงว่าทั้งคู่ทะเลาะกัน เจ้าหน้าที่จึงตักเตือนและแยกทั้งสองออกจากกันชั่วคราว

วันที่ 16 มิถุนายน เกิดปัญหาขึ้นอีกครั้ง มุโรกะแจ้งว่าจะเดินทางกลับบ้าน ตำรวจติดตามไปจนแน่ใจว่าเธอขึ้นรถไฟชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียวแล้ว แต่ภายหลังทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

เหตุรุนแรงอีกครั้งเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม มุโรกะส่งข้อความ LINE หาเพื่อน เล่าว่าถูกแฟนหนุ่มทำร้าย และส่งภาพใบหน้าที่มีรอยช้ำกับภาพเอกซเรย์จมูกซึ่งได้รับบาดเจ็บ ตามข้อความที่ TV Asahi เปิดเผย เธอเล่าว่าถูกต่อยอย่างแรงจนล้มและใบหน้ากระแทกอีกครั้ง พร้อมบอกว่าถูกขู่ฆ่าและบีบคอ

วันที่ 21 กรกฎาคม แม่ของมุโรกะติดต่อเจ้าหน้าที่และแจ้งว่าลูกสาวบอกว่าถูกแฟนทำร้ายจนต้องไปโรงพยาบาล เมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบ มุโรกะให้ข้อมูลว่าเหตุเกิดขึ้นสองวันก่อนหน้าและได้รับบาดเจ็บจมูกหัก ต่อมาตำรวจส่งสำนวนมิอุระให้อัยการเมื่อวันที่ 2 กันยายน ในข้อหาทำร้ายร่างกาย

อย่างไรก็ตาม วันที่ 25 กันยายน หรือล่วงหน้าก่อนการเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน ตำรวจเดินทางไปพบมุโรกะที่บ้านพักเพื่อติดตามความปลอดภัย เธอแจ้งว่าได้ปรับความเข้าใจกับมิอุระแล้วและยังอาศัยอยู่ด้วยกัน ตำรวจระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์ รวมถึงเคยใช้มาตรการแยกทั้งคู่ออกจากกันระหว่างเกิดปัญหาก่อนหน้านี้

คืนวันที่ 27 กันยายน เวลาประมาณ 22.00 น. แม่ของมุโรกะส่งข้อความหาลูกสาวและเห็นว่าข้อความถูกอ่าน หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อเธอได้อีก จนวันที่ 30 กันยายน จึงแจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามตัว

ระหว่างการสอบสวนเบื้องต้นก่อนถูกจับ มิอุระอ้างว่า เช้าวันที่ 28 กันยายน เวลาประมาณ 06.00 น. เขากลับจากทำงานและไม่พบมุโรกะอยู่ในห้อง พร้อมอ้างว่าได้รับข้อความจากเธอทำนองว่า “จะกลับบ้าน”

แต่ตำรวจพบข้อมูลที่ทำให้ต้องตรวจสอบคำอ้างนี้เพิ่มเติม เพราะในวันที่ 28 กันยายน รถของมิอุระออกจากบ้านในโตเกียวช่วงประมาณ 07.00 น. และเดินทางขึ้นเหนือไปยังจังหวัดมิยางิ ก่อนปรากฏอยู่บริเวณใกล้จุดพบร่างในช่วงเย็น

เจ้าหน้าที่ยังพบว่าโทรศัพท์ของมุโรกะอยู่กับมิอุระในช่วงถูกจับ และสงสัยว่าเขาอาจใช้โทรศัพท์ของเธอส่งข้อความเข้าหาโทรศัพท์ของตัวเองระหว่างเดินทาง เพื่อทำให้ดูเหมือนมุโรกะยังมีชีวิตอยู่ หนึ่งในข้อความระบุว่าจะกลับบ้าน

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของ FNN ระบุว่า หลังออกจากโตเกียวแล้ว มีข้อความจากโทรศัพท์ของมุโรกะส่งเข้าหาเขาว่า “จะบล็อกนะ” ก่อนมิอุระจะตอบกลับจากโทรศัพท์ของตัวเองว่า “ไม่เอา” ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป็นการสร้างบทสนทนาขึ้นเองหรือไม่

เส้นทางหลังจากนั้นยิ่งทำให้ตำรวจตั้งข้อสงสัย มิอุระเดินทางไปถึงบริเวณทะเลสาบฮานายามะในช่วงเย็นวันที่ 28 กันยายน หลังจากนั้นแวะสถานบริการน้ำพุร้อนในเมืองคุริฮาระเพียงประมาณ 10 นาที ตำรวจมองว่าการแวะออนเซ็นช่วงสั้น ๆ อาจเป็นความพยายามสร้างเหตุผลรองรับว่าเหตุใดเขาจึงเดินทางมายังพื้นที่

คำอธิบายเรื่องการเดินทางก็เปลี่ยนไป ในตอนแรกมิอุระบอกตำรวจว่าไปจังหวัดมิยางิเพื่อซื้อสุราสำหรับใช้ในร้าน แต่ภายหลังให้ข้อมูลว่าไปทะเลสาบเพราะทิวทัศน์สวย และแวะออนเซ็นเพราะเหนื่อยจากการทำงาน

ช่วงประมาณ 03.00 น. วันที่ 29 กันยายน มิอุระกลับถึงบ้านในกรุงโตเกียว ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกขณะเขานำกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ออกจากรถ ตำรวจกำลังตรวจสอบว่ากระเป๋าใบนี้อาจถูกใช้ในการเคลื่อนย้ายร่างของมุโรกะหรือไม่

หลังแม่แจ้งคนหาย ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางรถยนต์ และข้อมูลจากโทรศัพท์ จนพบว่ามิอุระเดินทางไปจังหวัดมิยางิ เจ้าหน้าที่จึงติดตามเส้นทางและพบร่างมุโรกะเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม บริเวณป่าริมถนนใกล้ทะเลสาบฮานายามะ เมืองคุริฮาระ ร่างยังสวมเสื้อผ้าและมีถุงพลาสติกคลุมบริเวณศีรษะลงมาถึงช่วงไหล่ ตอนพบครั้งแรกไม่ปรากฏบาดแผลภายนอกเด่นชัด

วันที่ 5 ตุลาคม ตำรวจจับมิอุระในข้อหาต้องสงสัยทิ้งศพ ก่อนเข้าตรวจค้นบาร์ที่เขาเป็นเจ้าของในเขตนากาโนะเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ระหว่างการสอบปากคำหลังถูกจับ มิอุระปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยตอบตำรวจว่า “จำไม่ได้”

จนถึงรายงานล่าสุดวันที่ 7 ตุลาคม มิอุระ ยังถูกจับในคดีทิ้งศพ ไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม ผลชันสูตรที่ชี้ว่ามุโรกะเสียชีวิตจากการกดรัดลำคอ ประวัติการทำร้ายร่างกายก่อนหน้า ข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางรถ และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ทำให้ตำรวจนครบาลโตเกียวยังคงสืบสวนในประเด็นฆาตกรรมและหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป

- ตร.บุกรวบ ลุงเขยหื่น ขยี้กามหลานสาววัย 10 ขวบ นานกว่า 3 ปี ขู่บังคับถ่ายคลิปโป๊

- ไอ้ป๋อง ปากแข็ง ปฏิเสธข่มขืน-ฆ่าไตร่ตรอง 2 พี่น้องรัสเซีย ศาลพัทยาสั่งขังไร้ประกัน

- หลุดแชตลับ ยูทูบเบอร์ดัง บุกห้องลวนลาม อดีตเด็กปั้น อายุต่ำกว่า 20 คลิปเสียงโผล่ขอโอกาสแก้ตัว

ข่าวต้นฉบับ

ความคิดเห็น