“ไอติม” มั่นใจหลักฐาน พยาน พร้อมซักฟอก ย้ำเตรียมฉะ กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาแค่รายวัน เผย คุยกล้าธรรมเรื่องแบ่งเวลาอภิปรายแล้ว
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องความพร้อมต้องบอกว่าพรรคฝ่ายค้าน เราพร้อมแล้ว ทั้งในเรื่องของเนื้อหา ข้อมูลหลักฐาน รวมถึงการจัดสรรเวลา ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่เราได้รับมา วันอภิปรายช่วงต้นเดือน ธ.ค. หรืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เราคงมีการดำเนินการ 2 อย่างคือ 1. หัวข้อที่อยู่ในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว เราคงติดตามท่าทีรัฐบาลอย่างใกล้ชิดว่ามีการกระทำใดๆ ที่ไปซ้ำเติมปัญหา หรือมีการกระทำใดๆ ที่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อพยายามจะปกปิดพยานหลักฐาน หรือไม่ หากมีการกระทำเช่นนั้น คงต้องมารวมอยู่ ในเนื้อหาของการอภิปรายด้วย 2. หากมีหัวข้อหรือเหตุการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในเดือนพ.ย. ที่เราเห็นว่าเข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบ การทุจริตคอร์รัปชัน หรือการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก็อาจเป็นหัวข้อหรือเหตุการณ์ใหม่ที่เราเติมเข้ามาในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเช่นกัน ย้ำว่าเราพร้อมแล้วทั้งเนื้อหา พยานหลักฐาน และเรื่องการจัดสรรเวลา
ย้ำเตรียมฉะ กินรวบ โกยเรียบ
เมื่อถามว่า พรรคปชน.ได้มีการเตรียมขุนพลที่จะอภิปรายไว้ประมาณกี่คน นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องจำนวนคน ขอให้ใกล้ถึงเวลาแล้วค่อยให้ข้อมูลน่าจะดีกว่า ตนคิดว่าโดยรวมสิ่งที่เราพยายามจะชี้ให้เห็นถึงหลายปัญหาที่ประชาชนประสบพบเจอที่ผ่านมาทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง น้ำท่วม การทุจริตคอร์รัปชัน หรือระบบอุปถัมภ์ที่เราเห็นกันหลายแวดวง รัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา และในหลายกรณีรัฐบาลหรือคนในรัฐบาลเป็นต้นตอของปัญหาด้วย
หากจะสรุปให้เห็นภาพ ตนจะใช้ว่าข้อกล่าวหาที่เรากล่าวหารัฐบาลคือการกินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาแค่รายวัน ส่วนเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละบุคคลต้องขอสงวนไว้จนถึงวันอภิปราย เพราะหากข้อสอบรั่วก่อน ก็มีความเสี่ยงที่ทางรัฐบาลอาจจะไปปกปิดพยานหลักฐานหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นฝ่ายค้านจึงขอสงวนสิทธิ์ไว้ ยังไม่สามารถเปิดเผยเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละคนได้ ซึ่งน่าจะเป็นธรรมเนียมของฝ่ายค้านทุกยุคทุกสมัย
คุยกล้าธรรมเรื่องแบ่งเวลาแล้ว
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมเรื่องแบ่งเวลาการอภิปรายแล้วหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า มีการหารือเบื้องต้น ซึ่งตนคิดว่าเรามีความเข้าใจตรงกัน 2 เรื่องคือ 1. ญัตตินี้เป็นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น เนื้อหาของสมาชิกที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายจะต้องเป็นไปในท่วงทำนองของการอภิปรายเสนอเหตุผลว่า ทำไมจึงไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดที่อยู่ใน 18 รายชื่อที่มีการยื่นอภิปรายไป และ 2. แม้พรรคกล้าธรรม อาจจะมองว่ามีสิทธิ์ในฐานะสมาชิก แต่พรรคกล้าธรรม ไม่ได้หนึ่งในผู้ร่วมเสนอญัตติ ฉะนั้น การแบ่งเวลาก็ต้องสะท้อนถึงน้ำหนักที่แตกต่างกัน
ยื่น 152 เป็นเพียงกลไกที่ถูกเสนอ
นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ควบคู่กับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 มีการตกผลึกกันแล้วหรือไม่ ว่า ต้องย้ำว่าสมาธิหลักของเราก็จะมุ่งเป้าไปที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธ.ค. แต่เมื่อไปอยู่ในช่วงต้นเดือนธ.ค. ฝ่ายค้านก็ต้องมาขบคิดต่อว่า เราจะใช้เวลาของสภาฯ ในช่วงเดือนพ.ย.อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ตนคิดว่าเป้าหมายของฝ่ายค้านเรามีตรงกันคือจะใช้เวลาในสภาฯ ในช่วงพ.ย.อย่างไร เพื่อมุ่งเป้าในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนพบเจออยู่ รวมถึงการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล การเสนอญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ก็เป็นเพียงกลไกหนึ่งที่ถูกเสนอโดยสมาชิกบางส่วน จากชื่อฝ่ายค้าน แต่ความจริงยังมีอีกหลายกลไกที่สามารถใช้เพื่อเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาประชาชนและตรวจสอบรัฐบาลได้
เมื่อถามว่า สมาชิกบางส่วนที่มีการเสนอให้เปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นั้น เป็นสมาชิกของพรรคปชน. หรือพรรคฝ่ายค้านพรรคอื่นด้วย นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราก็รับฟังความเห็นจากหลากหลายทาง แต่ตนคิดว่าไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร ฝ่ายค้านก็คงจะต้องมีการหารือร่วมกันเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากที่สุด