ยามาฮ่า มารีน จับมือ SEAT GROUP รุกคืบตลาดเรือกลุ่มองค์กร-ราชการ ประสบการณ์กว่า 50 ปี ดูแล จ.ชลบุรี-ภูเก็ต มั่นใจดันยอดขายปีละไม่น้อยกว่า 100-150 เครื่อง
นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ สำหรับตลาดเครื่องยนต์เรือของค่ายยามาฮ่า เพราะล่าสุดได้ผนึกกำลังแต่งตั้ง SEAT GROUP ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอุตสาหกรรมเรือมายาวนานก้าวสู่ปีที่ 57 เป็นผู้แทนจำหน่ยผลิตภัณฑ์ Yamaha Marine รายล่าสุด
ให้ดูแลตลาดจ.ชลบุรี และภูเก็ต ซึ่งไม่เพียงจำหน่ายเครื่องยนต์ที่ติดตั้งบนเรือเท่านัน แต่ยังหมายรวมถึงส่งมอบผลิตภัณฑ์ คุณภาพการบริการ และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของ Yamaha Marine และยังมีศักยภาพการเติบโตอีกมาก ทั้งในภาคการท่องเที่ยว การประมง การขนส่งทางน้ำ และกิจกรรมนันทนาการทางทะเล ยามาฮ่าให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งาน ที่ดีที่สุดตลอดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์
SEAT GROUP เป็นพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเรือมาอย่างยาวนาน มีความเข้าใจตลาดทางน้ำ รวมถึงความต้องการของผู้ใช้งานในประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตลาดองค์กร และหน่วยงานราชการ ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Yamaha Marine และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจทางน้ำในประเทศไทยในอนาคต
“ปัจจุบันยามาฮ่า มารีน มียอดขายอยู่ที่ 700 เครื่องต่อปี มีส่วนแบ่งทางการตลาด 35% มั่นใจว่าหลังจากที่ SEAT GROUP มาเป็นตัวแทนจำหน่าย จากศักยภาพความสามารถในการต่อเรือ ด้วยอู่ต่อเรือที่มีมาตรฐาน โชว์รูม และศูนย์บริการ ที่มีอะไหล่ไว้บริการแบบครบวงจร จะเพิ่มยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 100-150 เครื่องต่อปี” นายพงศธร กล่าว
ด้านนางสาวเรืองรัตน์ เบญจฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ SEAT GROUP กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการร่วมขับเคลื่อนธุรกิจ Yamaha Marine ว่า “SEAT GROUP มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจทางน้ำมาอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพแก่ลูกค้าในทุกกลุ่ม การได้รับความไว้วางใจจาก Yamaha Marine ให้เป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพของ SEAT GROUP และเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินธุรกิจด้าน Marine ของเรา
ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจเรือ ทั้งการออกแบบ การต่อเรือ การบริการหลังการขาย และการดำเนินงานร่วมกับลูกค้าภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เราพร้อมนำจุดแข็งดังกล่าวมาผสานกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของ Yamaha Marine
เพื่อส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร พร้อมร่วมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมทางน้ำไทย และยกระดับศักยภาพของตลาด Marine ในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต
“การตัดสินใจเป็นพันธมิตรกับยามาฮ่าครั้งนี้ ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญ โดยได้ลงทุนรวมทั้งสิ้น 30 ล้านบาท แบ่งเป็นการปรับปรุงโชว์รูม และศูนย์บริการมาตรฐาน 10 ล้านบาท และงบประมาณในการสต็อคอะไหล่ อีก 20 ล้านบาท และจากนี้เป็นต้นไป เรือทุกลำที่ต่อจาก SEAT GROUP จะใช้เครื่องยามาฮ่า มารีน เพียงแบรนด์เดียว
ด้วยหลากหลายของเครื่องยนต์เรือ ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 500-4,000 ซีซี รองรับความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุม ตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับเรือประมงพื้นบ้าน ไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับเรือยอชต์และเรือพาณิชย์ อีกทั้งเชื่อมั่นในคุณภาพความทนทาน ประหยัด มีอะไหล่รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร” นางสาวเรืองรัตน์ กล่าว