คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุราษฎร์ธานี · เปลี่ยน

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เคลื่อนไหว หลังออยศรีแฉเงินบริจาค โพสต์ถาม 2 คำกฎหมาย

ที่มา: The Thaiger

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เคลื่อนไหว หลังออยศรีแฉเงินบริจาค โพสต์ถาม 2 คำกฎหมาย

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นางชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง หลังถูก ออยศรี บุญยนุช แสงศรี เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก แถลงเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางเงินบริจาคของมูลนิธิ พร้อมกล่าวถึงผลคดีความที่ต้นอ้อเคยถูกฟ้องร้อง โดยเฉพาะคดีปลอมลายเซ็นจัดตั้งมูลนิธิที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว

ต้นอ้อโพสต์ข้อความบนภาพพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม ตั้งคำถามถึงความแตกต่างของคำศัพท์ทางกฎหมาย พร้อมพาดพิงถึงเจ้าของสำนักงานกฎหมายชื่อดัง โดยระบุว่า

“รอการลงโทษ” กับ “รอการกำหนดโทษ” ความหมายเหมือนกันไหมคะ พี่ๆนักกฎหมายช่วยสอนเจ้าของสำนักงานกฎหมายคนดังหน่อย

อย่างไรก็ตาม ในข้อความไม่ได้ระบุชื่อบุคคลหรือสำนักงานกฎหมายที่ถูกพาดพิงโดยตรง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังออยศรี พร้อมด้วย นายภูวกร ศรีเนียน หรือ เจตน์ ตัวแทนผู้เสียหายจากภาคี HETA จัดแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่สำนักงานบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด ย่านแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ระหว่างการแถลงข่าว ออยศรีเปิดเผยข้อมูลจากรายการเดินบัญชีธนาคารกสิกรไทยของมูลนิธิเป็นหนึ่ง โดยอ้างว่าพบเงินบริจาคถูกโอนออกจากบัญชีมูลนิธิไปยังบัญชีส่วนตัวของต้นอ้อ สมาชิกครอบครัว และบุคคลใกล้ชิดประมาณ 100 ครั้ง รวมมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท

บัญชีปลายทางที่ถูกกล่าวถึงมีทั้งของลูกชายต้นอ้อ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานมูลนิธิ ลูกสะใภ้ที่ทำหน้าที่เหรัญญิก และสามีของต้นอ้อ โดยออยศรีตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ในการโอนเงินบริจาค และเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารค่าใช้จ่ายเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบ

นอกจากประเด็นเงินบริจาคแล้ว ออยศรียังกล่าวถึง คดีปลอมลายเซ็นเพื่อจัดตั้งมูลนิธิเป็นหนึ่ง ซึ่งมีที่มาจากการร้องเรียนของ นางสาววิไลลักษณ์ หรือ ซ้อลักษณ์ ว่าถูกนำลายเซ็นไปใช้ในเอกสารประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิโดยไม่ได้รับอนุญาต

ออยศรีระบุว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ต้นอ้อให้การรับสารภาพในคดีปลอมลายเซ็นและใช้เอกสารปลอม โดยศาลแขวงนนทบุรีมีคำพิพากษาและสั่ง รอการกำหนดโทษเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งมีรายงานว่าคดีถึงที่สุดแล้ว เนื่องจากไม่มีฝ่ายใดยื่นอุทธรณ์

ขณะเดียวกัน ออยศรียังเปิดเผยผลคดีหมิ่นประมาทที่ตนเป็นผู้ฟ้องร้องต้นอ้อ โดยระบุว่าศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท และให้ รอการลงโทษจำคุก หลังต้นอ้อให้การรับสารภาพ

สำหรับคำว่า รอการลงโทษ และ รอการกำหนดโทษ ที่ต้นอ้อนำมาตั้งคำถามนั้น เป็นมาตรการทางกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ซึ่งมีความหมายแตกต่างกัน

การรอการกำหนดโทษ หมายถึง ศาลวินิจฉัยแล้วว่าจำเลยกระทำความผิด แต่ยังไม่กำหนดว่าจะลงโทษเท่าใด โดยให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด

ส่วนการรอการลงโทษ หมายถึง ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดและกำหนดโทษแล้ว เช่น จำคุก 6 เดือน แต่ยังไม่ให้รับโทษจำคุกทันที โดยมีเงื่อนไขและระยะเวลาตามคำพิพากษา

ทั้งสองกรณีจึงไม่ใช่การยกฟ้องหรือคำพิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิด แต่แตกต่างกันตรงที่ศาลได้กำหนดโทษไว้แล้วหรือยัง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ต้นอ้อและทนายความประจำมูลนิธิเป็นหนึ่งจัดแถลงข่าวชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินบริจาค โดยยืนยันว่าการโอนเงินเข้าบัญชีสมาชิกครอบครัวซึ่งเป็นกรรมการมูลนิธิ เป็นการเบิกจ่ายเพื่อดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนตามมติคณะกรรมการ และมีเอกสารทางบัญชีรองรับ

ล่าสุด ต้นอ้อยังเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Chalida Phalamat โดยโพสต์ภาพขณะนั่งรับประทานอาหารภายในร้าน พร้อมข้อความว่า “ตอนที่พวกมึงจะเป็นจะตายกับเรื่องของ Gu Gu นั่งแดรกไก่อยู่ในท่านี้” และติดแฮชแท็ก #ต้นอ้อเป็นหนึ่ง

- ออยศรี แฉเงินบริจาคมูลนิธิเป็นหนึ่ง อ้างโอนเข้าบัญชีครอบครัวกว่า 100 ครั้ง

- ประวัติ ออยศรี คือใคร จากผู้สนับสนุนทนายตั้ม สู่ดราม่า อ.เบียร์ คนตื่นธรรม

- สรุปดราม่า ออยศรี ปะทะ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ปมบริจาคพันบาท ท้าตรวจมูลนิธิ

ความคิดเห็น