‘นพศิลป์’ สั่งสืบ ตม.3 เอกซเรย์พื้นที่ รวบหนุ่มจีนคาโรงแรมย่านลาดพร้าว 101 พบอยู่เกินกำหนดกว่า 6 ปี เร่งขยายผลพฤติการณ์ระหว่างกบดานในไทย
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนตรวจสอบคนต่างด้าวที่ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หรือหลบเลี่ยงการปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธานินทร์ณัฏฐ์ ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ท.เดรินิว มิ่งเมือง และ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ อุบลกาญจน์ สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนจับกุม “นายหลิว” สัญชาติจีน อายุ 42 ปี ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” โดยสามารถจับกุมได้บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 101 แยก 38 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.
พล.ต.ต.ทรงโปรด เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ตรวจสอบข้อมูลคนต่างด้าวในระบบสารสนเทศไบโอเมตริกซ์ ตรวจคนเข้าเมือง พบว่า “นายหลิว” เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 ม.ค.63 ลงตราประเภทนักท่องเที่ยว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร 60 วัน และยื่นขออนุญาตอยู่ต่ออีก 1 ครั้ง โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 17 เม.ย.63 แต่ภายหลังครบกำหนดกลับไม่พบข้อมูลการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร อีกทั้งหนังสือเดินทางยังหมดอายุตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.66 ขณะที่ข้อมูลการแจ้งที่พักในช่วงปี 2568–2569 กลับพบว่ามีการเปลี่ยนสถานที่พักหลายครั้ง ตั้งแต่พื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนย้ายเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยล่าสุดพบข้อมูลการเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว 101 เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัว วันที่ 14 ต.ค.69 พ.ต.อ.สุริยะ วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ภายในโรงแรม พบชายต้องสงสัยมีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลเป้าหมายเดินลงมาจากห้องพัก จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวผ่านล่ามแปลภาษา จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางและข้อมูลในระบบ ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และพบว่าอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตมาเป็นเวลานานกว่า 6 ปี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายผ่านล่าม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบพฤติการณ์ แหล่งรายได้ และบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้ความช่วยเหลือระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทย