“ปิยรัฐ” จี้ รัฐบาล เร่งหนุนงบให้ตำรวจตรวจ DNA ทลายแก๊ง ‘พ่อไทยทิพย์’ อัดอย่าฉวยโอกาสแถลง ตีกินผลงาน แต่ปล่อยเจ้าหน้าที่สำรองเงินจ่ายเอง
28 ต.ค. 69 – นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าปฏิบัติการตัดบทพ่อไทยทิพย์เฟส 3 ว่า เป็นการประสานความร่วมมือ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการเข้าทลายขบวนการสวมสัญชาติไทยให้แก่บุตรของบุคคลสัญชาติจีน
โดยในกสนปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 24 ราย และตรวจพบผู้ถูกสวมสิทธิที่มีอายุสูงสุดถึง 27 ปี นับเป็นผลงานการทำงานหน้างานที่สมควรได้รับคำชื่นชมอย่างยิ่ง
นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนติดตามและจี้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงคณะกรรมการวิสามัญฯ สภากรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
พบข้อมูลว่า ตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีกรณีต้องสงสัยขบวนการสวมสัญชาติสูงถึงหลักหมื่นราย อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล
นายปิยรัฐ กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญในการดำเนินคดีและเพิกถอนสัญชาติคือการตรวจพิสูจน์สายเลือด (DNA) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเคสละประมาณ 9,000–10,000 บาทต่อหนึ่งครอบครัว
ปัจจุบันมีกลุ่มเสี่ยง จ่อคิวรอตรวจอยู่อีกหลายพันราย แต่หน่วยงานหน้างานกลับไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน จนชุดสืบสวนในหลายพื้นที่จำเป็นต้องควักเงินส่วนตัวออกค่าใช้จ่ายเพื่อทำสำนวนคดีและติดตามผู้ต้องสงสัยด้วยตนเอง
นายปิยรัฐ กล่าวด้วยว่า จากกรณีดังกล่าวนำมาสู่คำถามว่า รัฐบาลมองปัญหานี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติจริง หรือมองเป็นเพียงโอกาสในการแถลงข่าวเพื่อตีกินผลงาน เพราะหากฝ่ายค้านไม่เปิดแผลและกระทุ้งผ่านสภาผู้แทนราษฎร และสภากรุงเทพมหานคร รัฐบาล อาจยังไม่ขยับตัวแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
“ถ้าฝ่ายบริหารจริงใจจะปกป้องประโยชน์ของประเทศชาติ และตั้งใจสกัดกั้นทุนเทากลืนชาติจริงๆ ต้องเลิกปล่อยให้ตำรวจสู้แบบไร้อาวุธ เวลานี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องทราบว่า มีกลุ่มเสี่ยงรอตรวจ DNA อีกหลายพันเคส แต่ขาดงบประมาณ ท่านต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน” นายปิยรัฐ กล่าว