ยืนยันเป็นเรื่องจริง "เจ้าของร้านอาหารประกายบางใหญ่" เข้าแจ้งความแล้ว พร้อมเผยเหตุผลไม่บอกชื่อเพจแต่แรก ทั้งที่มีข้อมูลทั้งหมด
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2569 น.ส.สโรชา รุ่งรัศมี อายุ 33 ปี เจ้าของร้านอาหารประกายบางใหญ่ ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มิ่งเมือง ตำแหน่ง สว.(สอบสวน) สภ.ไทรน้อย ภ.จว.นนทบุรี ว่าเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่เปิดร้านอาหาร ชื่อร้านประกายบางใหญ่ จากนั้นได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ โซเฟีย ทักข้อความส่วนตัวมาขอติดต่อเข้าไปรีวิวร้าน พร้อมขอให้ร้านสนับสนุนอาหาร 7 อย่าง และเครื่องดื่ม 4 แก้ว แต่ทางร้านได้ปฏิเสธ ก่อนส่งข้อความข่มขู่ ทำให้ร้านตัดสินใจมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ทางด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กล่าวว่า วันนี้ทางเจ้าของร้านอาหารประกาย ได้เข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับบุคคลชื่อ 'โซเฟีย' ซึ่งเป็นบุคคลที่ติดต่อขอรีวิวร้านอาหาร โดยขอสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่ม แต่ทางร้านได้ปฏิเสธไป หลังจากนั้นได้ถูกข่มขู่รีวิวให้ร้านเสื่อมเสีย ทางร้านกลัวว่าจะเกิดปัญหา นอกจากนี้ยังเรียกค่ารีวิวจำนวน 25,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่รีวิวให้ร้านเสียหาย
ทั้งนี้ ทางเจ้าของร้านจึงได้มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน สำหรับคดีนี้สามารถแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาได้โดยทางผู้ข่มขู่ที่มีความผิดในโทษฐานกรรโชกทรัพย์, การทำให้ผู้อื่นกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และการคุกคามผู้อื่น ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะติดต่อกับผู้เสียหายให้มาแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง เพื่อเชิญตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง ร้านประกายบางใหญ่ ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อติดตามข้อเท็จจริง พบกับ น.ส.สโรชา รุ่งรัศมี อายุ 33 ปี เจ้าของร้านประกายบางใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา มีข้อความจากเฟซบุ๊กส่วนตัวทักมาที่เพจของร้านว่า เป็นเพจรีวิวร้านอาหารที่มีคนติดตามกว่า 3 แสนคน ชื่อเพจตะลอนกินตะลอนชิม จะเข้ามาที่ร้านเพื่อทำการรีวิวให้ แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวทำให้ร้านตนมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ด้วยความที่ยุ่ง ๆ ตนจึงปฏิเสธไป แต่กลับถูกทางเพจดังกล่าวขู่เรียกเงินค่าทำรีวิวจำนวน 2.5 หมื่นบาท และถ้าทางร้านไม่ให้ก็จะอัดคลิปแฉให้ทางร้านเสียหาย แต่ในตอนนั้นเนื่องจากมีลูกค้าที่ร้านเป็นจำนวนมาก ตนจึงบอกปัดทางเพจไปทั้งหมด พร้อมกับคิดในใจว่า อิหยั่งว่ะ
จนต่อมาตนได้อัดคลิปเหตุการณ์ที่ถูกเพจมาข่มขู่ลงโซเชียล ก็ปรากฏว่ามีร้านอาหารในพื้นที่ใกล้เคียงกันทักมาบอกว่าเคยเจอข่มขู่ในลักษณะแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่ตนไม่มั่นใจว่ามาจากเพจเดียวกันหรือไม่ จนกระทั่งคลิปของตนเริ่มแมสในโซเชียลมีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น ก็มีคนทักมาถามให้ตนเปิดเผยชื่อเพจเพื่อให้สังคมรับรู้ แต่ตนถูกทนายความทักมาเตือนว่า ให้ระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลบุคคลที่ 3 แม้ว่าเขาจะเป็นคนผิดก็ตาม เพราะเขาอาจฟ้องกลับเอาผิดตนได้
ทั้งนี้ ทำให้ตนตัดสินใจไม่เปิดเผยชื่อเพจไป ทั้งที่ตนมีข้อมูลทั้งหมด แต่เราไม่สามารถเล่าได้ เพราะเวลาถูกฟ้องร้องมาเราจะโดนคนเดียว โดดเดี่ยวที่หน้าศาลคนเดียว สังคมไม่ได้มาโดนกับเราด้วย รวมทั้งทางเจ้าของเพจรีวิวได้ติดต่อกลับมาพร้อมกับขอโทษขอโพยไม่ให้เปิดเผยชื่อเพจ ทำให้ตนตัดสินใจยังไม่เปิดเผยชื่อเพจและข้อมูลในตอนนั้น
กระทั่งเมื่อวานนี้คลิปของตนกลายเป็นกระแสโด่งดังในโซเชียล และถูกกระแสโซเชียลสงสัยกลับมาว่า ตนปั่นเรื่องเองเพื่อเรียกยอดคนติดตามของร้าน จึงทำให้ตนเริ่มค้นหาข้อมูลของเพจดังกล่าวที่จะมารีวิวข่มขู่ จนไปพบว่าเพจนี้ลักษณะเหมือนมิจฉาชีพที่ไปขอซื้อเพจมาแล้วมาหลอกรีวิวร้านค้าร้านอาหารเพื่อจะเรียกรับเงิน
เพราะหากทางร้านตอบตกลงไปก็จะต้องจ่ายค่ามัดจำให้กับทางเพจก่อนจะลงพื้นที่มารีวิวให้กับร้าน แต่สิ่งที่ทำให้ตนมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เพจนี้เป็นเพจมิจฉาชีพเพราะตนไปพบข้อมูลว่าผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อโซเฟียนั้น มีประวัติอยู่ในรายชื่อคนโกงเกี่ยวกับการค้าขายเสื้อผ้ามือสองและพระเครื่องด้วย ทำให้ตนตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.ไทรน้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาในวันนี้
ส่วนคำถามที่ว่า รู้สึกอย่างไรที่ถูกสังคมมองว่าเรื่องนี้อาจสร้างกระแสขึ้นมาเพื่อเชียร์ร้านตัวเองนั้น ขอบอกว่าทำไมต้องมาพิสูจน์ตัวเองในเรื่องนี้ด้วย ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องจริง และเราก็ต้องปกป้องตัวเองก่อน ตนจะไปเอากระแสมาทำอะไรแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็มีฐานลูกค้าประจำอยู่แล้ว เปิดมา 11 เดือนแล้ว เดือนหน้าก็ครบปี ไม่ต้องมาสร้างกระแสอะไรแบบนี้หรอก เพียงแต่บางเรื่องเมื่อมีคนทักมาให้ระวังตนก็แค่ระวังเอาไว้เท่านั้น.