ชวนขนลุก! ผู้ใช้แฉแว่นอัจฉริยะ Meta อาจแอบบันทึกเสียงแม้อยู่ใน Sleep Mode ผวาถูกดักฟัง หวั่นละเมิดความเป็นส่วนตัว บริษัทโร่ชี้แจง ยันแก้ปัญหาแล้ว
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการเทคโนโลยี! เมื่อผู้ใช้งานแว่นอัจฉริยะ Ray-Ban Meta หลายรายออกมาเปิดเผยความผิดปกติชวนตกใจ หลังพบว่าอุปกรณ์อาจแอบบันทึกบทสนทนาโดยไม่ได้รับคำสั่ง แม้จะอยู่ในโหมดพักเครื่อง (Sleep Mode) จุดกระแสความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนที่บริษัท Meta จะออกมาชี้แจงถึงปัญหาดังกล่าว
เรื่องราวเริ่มต้นจากผู้ใช้งานหลายรายที่ออกมาโพสต์ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ Reddit อย่างน้อย 3 กระทู้ โดยอ้างว่าแว่นอัจฉริยะ Meta ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชันบันทึกภาพ เสียง และระบบ AI กลับทำงานขึ้นมาเองโดยไม่ได้รับคำสั่ง หนึ่งในผู้ใช้งานเผยว่า พบพฤติกรรมผิดปกติลักษณะเดียวกันกับแว่น Ray-Ban Meta ถึง 3 คู่ ครอบคลุมทั้งรุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 ทำให้เริ่มสงสัยว่าอาจไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว
WARNING: My Ray-Ban Meta Glasses Are Recording Conversations Without “Hey Meta” — Happening on 3 Pairs!
by
u/Kindly-Audience-137 in
RaybanMeta
ผู้ใช้งานรายดังกล่าวเล่าว่า หลังจากอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งล่าสุด แว่นอัจฉริยะกลับเริ่มบันทึกบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ไม่ได้พูดคำสั่ง “Hey Meta” ซึ่งเป็นคำสั่งเสียงสำหรับเปิดใช้งาน AI ยิ่งไปกว่านั้น แอปพลิเคชันยังบันทึกทั้งไฟล์เสียงและข้อความถอดเสียงจากบทสนทนาเหล่านั้นไว้ในประวัติการใช้งาน ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจเปิดระบบบันทึกเสียงแต่อย่างใด
“Meta AI ไม่ได้ตอบสนองต่อผมเลย และผมก็ไม่เคยตั้งใจเปิดใช้งานมันด้วยซ้ำ” ผู้ใช้งานรายนี้กล่าว พร้อมเผยว่า สังเกตเห็นไฟแจ้งเตือนสีขาวบนแว่นสว่างขึ้นระหว่างพูดคุยตามปกติ ก่อนตั้งคำถามว่ามีใครกำลังถูกบันทึกเสียงโดยไม่ได้รับความยินยอมเช่นเดียวกันหรือไม่ อีกทั้งยังระบุว่า หากพิสูจน์ได้ว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาเพียงคนเดียว ก็อาจพิจารณายื่นฟ้องร้องแบบกลุ่มต่อ Meta
ที่น่าตกใจคือ มีผู้ใช้งานรายอื่นออกมายืนยันว่าพบความผิดปกติคล้ายกัน โดยบางรายเผยว่า แม้ลองรีเซ็ตแว่นแล้ว แต่ไฟ LED ยังคงสว่างขึ้นเองโดยไม่ได้พูดคำสั่ง “Hey Meta”
ขณะที่อีกรายระบุว่า ไฟภายในแว่นเปิดขึ้นแบบสุ่มโดยไม่มีเสียงแจ้งเตือนตามปกติ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า “มันต้องมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นแน่!” นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้แว่นรุ่นที่ 2 อ้างว่า AI เปิดทำงานเองระหว่างสนทนาเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ข้อร้องเรียนเหล่านี้ยังเป็นคำกล่าวอ้างจากผู้ใช้งาน ซึ่งไม่ได้มีการเปิดเผยผลตรวจสอบทางเทคนิคอย่างละเอียด
ล่าสุด Meta ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยโฆษกบริษัทให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว” พร้อมยืนยันว่า ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปจัดการ ตรวจสอบ และลบบันทึกเสียงจากการโต้ตอบกับ Meta AI ได้ตลอดเวลาผ่านเมนูการตั้งค่า อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าอะไรเป็นสาเหตุของความผิดปกติ หรือมีผู้ใช้งานได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่แว่นอัจฉริยะ Meta ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะก่อนหน้านี้มีทั้งสถานบันเทิงและรัฐบาลบางประเทศออกมาตรการห้ามใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าอาจถูกนำไปใช้แอบบันทึกภาพบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม โดยเจมส์ ผู้จัดงานปาร์ตี้ใต้ดินในย่านบรูคลิน ซึ่งเคยประกาศห้ามใช้แว่นภายในงาน ระบุว่า ปัญหาใหญ่ของอุปกรณ์นี้คือความแนบเนียนในการบันทึกภาพ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้คนไม่ต้องการถูกจับตามองหรือถ่ายภาพขณะกำลังสนุกสนาน
แม้ Meta จะเพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น ระบบหยุดบันทึกภาพเมื่อไฟแสดงสถานะถูกบดบัง แต่ ดร.โรมัน ยัมโพลสกี ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากมหาวิทยาลัยหลุยส์วิลล์ มองว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอ พร้อมเสนอให้บริษัทเพิ่มไฟแสดงสถานะที่ยากต่อการดัดแปลง ระบบเบลอใบหน้าอัตโนมัติ และบทลงโทษสำหรับผู้ใช้งานที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น โดยกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยี AI จะก้าวหน้าเพียงใด แต่การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีไม่อาจมองข้าม
ที่มา: nypost
อ่านข่าวเพิ่มเติม: หลอนเกิน! แม่ชาวสหรัฐฯ ผวาแชทบอต Meta AI ขุดประวัติลูกสาวจากโพสต์เก่า ทั้งชื่อ วันเกิด ความสนใจ ก่อนปะติดปะต่อหาร่องรอยที่อยู่ของครอบครัว