คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุพรรณบุรี · เปลี่ยน

นายกฯ แจงปมล็อกสเปกโซลาร์ประชาชน ยันไม่มีหักหัวคิว สั่งเช็กเข้มเวนเดอร์รับงาน

ที่มา: มติชน

นายกฯ แจงปมล็อกสเปกโซลาร์ประชาชน ยันไม่มีหักหัวคิว สั่งเช็กเข้มเวนเดอร์รับงาน พลพีร์ชี้เลือกลูกค้าบริษัทติดตั้งเองได้

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ รพ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์เพื่อประชาชน หลังมีข้อวิจารณ์ว่าซ่อนเงื่อนไขการล็อกสเป็ก พบ 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน พบว่าอีก 120 บริษัท มีชื่อผู้ถือหุ้นสลับกันว่า อย่าเพิ่งไปตกใจกับรายชื่อหรือจำนวนบริษัท เพราะบางคนระบุว่ามี 100 กว่าบริษัทก็น้อยไป ควรเปิดกว้างมากกว่านี้ บางคนก็บอกว่า 60 บริษัทเยอะไป พูดได้หมดเลย เวลามีการประมูลงาน ไม่เคยเห็นเกินแค่ 20-30 ราย ตราบใดมีเวนเดอร์ลิสต์ ตอนนี้รายชื่อที่ปรากฏคือ ผู้มีสิทธิ์ซื้อซองประมูล เป็นบริษัทจดทะเบียนสามารถซื้อซองและแสดงความสนใจการประมูลได้ ไม่ใช่ผู้จะได้งานไปเลย

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีต้องเข้าไปดูคุณสมบัติเองหรือไม่ หากมีรายชื่อซ้ำ อาจจะต้องเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูว่ามีข้อห้ามด้วยหรือไม่ ตนไม่ทราบว่ามีข้อห้ามหรือไม่ เพราะบริษัทเป็นนิติบุคคล ต้องไปดูหากเขียนว่า กรรมการห้ามไขว้กันก็ไม่ได้ เพราะบริษัทเหล่านี้มีสเปกหลัก ยังมีสเปกเฉพาะเจาะจงอีก กรมบัญชีกลางเป็นผู้ตั้ง

ส่วนใหญ่หากจะร้องเรียนก็ต้องดูสเปกเฉพาะเจาะจงนี่แหละ หากเขียนไม่เข้าท่าหรือเอื้อประโยชน์ให้ใคร ตนยืนยันแล้วว่าสมัยตนไม่มี ไม่กล้า แต่สมัยก่อนตนไม่รู้ แต่สมัยผมไม่มี เพราะผมไม่เอาเรื่องพวกนี้ ทุกหน่วยงานพอผมเอ๊ะปุ๊บ เขารู้ว่าผมรู้ You know that I know that you know that I know

เมื่อถามถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการหักหัวคิวบริษัทรายย่อย นายกรัฐมนตรี ลากเสียงว่า ไม่มี ถ้าใครทำผมก็หักคอ แค่นั้นแหละ

ทั้งนี้ ก่อนนายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถ ได้หันมาถามรายละเอียดกับผู้สื่อข่าวกรณีการหักหัวคิว ผู้ประกอบการรายย่อย ก่อนจะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตอนนี้ยังไม่ตกผลึกเรื่องราคา แล้วจะมีการหักหัวคิวได้อย่างไร ประชาชนเป็นผู้เลือกเวนเดอร์เอง ดังนั้นสื่อมวลชนจะถามอะไรต้องกรอง ก่อนย้ำว่าจะมีการหักหัวคิวได้อย่างไร เพราะยังไม่เริ่มเลย แต่ถ้ามีก็เอาตาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีไม่คิดว่าการตรวจสอบก่อนเป็นเรื่องดีเหรอ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตรวจสอบมาแล้ว มีการสกรีนจากผู้ว่าฯ การไฟฟ้า มีคณะกรรมการ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลอยู่ ตนไม่คิดว่าคนเหล่านี้ไม่ทำสิ่งไม่ดี เพราะโครงการนี้เป็นโครงการมีคนจับตาดูไม่รู้เท่าไร และไม่ใช่โครงการสร้างทีเดียวแล้วเลิก นี่ทำทั้งปี เกี่ยวข้องกับประชาชนล้านหลังคาเรือน ดังนั้นไม่สามารถซ่อนได้อยู่แล้ว ทุกอย่างต้องทำได้ด้วยความสุจริต โปร่งใส มีเงินของรัฐบาลอีก 50,000 บาท แล้วจะปล่อยให้เกิดการทุจริตได้อย่างไร และยังมีเงินของประชาชนอีก ดังนั้นเราต้องรักษาประโยชน์ให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพุ่งเป้ามาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่บอกตอนนี้เหมือนกระต่ายตื่นตูม ตนไม่ได้มองอะไรทั้งสิ้น มองแค่ว่าคนได้งาน ได้งานอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ดูไม่ยากหรอก ขณะเดียวกันก็กำกับดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงกรณีข้อกังวลของผู้ประกอบการภาคเอกชนต่อการดำเนินโครงการโซลาร์ภาคประชาชน มีการมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นหน่วยงานหลักรับลงทะเบียน ประสานงาน และให้บริการประชาชนว่า การไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งมีบทบาทเป็น One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ช่วยตรวจสอบผู้ประกอบการ (เวนเดอร์) ให้มีคุณสมบัติและมาตรฐานตามกำหนด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจและปลอดภัยในการใช้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สำหรับมาตรการหลักประกันการดำเนินงานนั้น กระทรวงการคลังวิเคราะห์เงื่อนไขต่างๆ ไว้แล้ว เนื่องจากประชาชนรับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐครัวเรือนละ 50,000 บาท จึงจำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการวางหลักประกันในวงเงิน 50,000 บาทเช่นเดียวกัน เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน ถ้ามีเวนเดอร์รายไหนไปรับงานประชาชนมาแล้วไม่ไปทำ ประชาชนขาดสิทธิ เพราะฉะนั้นเงินวางมัดจำไว้กับการไฟฟ้า สามารถยึดเงินการันตี เพื่อมาให้บริการประชาชนได้ โดยผู้ประกอบการอีกรายจะเป็นผู้ทำ

นายพลพีร์ กล่าวว่า ส่วนข้อกล่าวหาว่าเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการ อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่และกีดกันรายย่อยนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ แต่ผู้ประกอบการบางรายอาจต้องการรับงานจำนวนมากเกินกว่ากำลังของบริษัท ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถทยอยรับงานตามศักยภาพได้ ไม่จำเป็นต้องรับงานครั้งละหลายพันหรือหลายหมื่นหลังคาเรือน นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถวางหลักประกันตามจำนวนงานรับผิดชอบ ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้ารับงานจำนวนมากตั้งแต่แรก ปัจจุบันการออกแบงก์การันตีมีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 500 บาทต่อวงเงิน 50,000 บาท หรือคิดเป็นอัตราประมาณ 1% ไม่สูงเมื่อเทียบกับการคุ้มครองประชาชนระยะยาว โครงการนี้ต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ต้องกู้เงินเพื่อเข้าร่วมโครงการและต้องผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 7 ปี จึงต้องมั่นใจว่าผู้ติดตั้งสามารถดูแลระบบได้ตลอดระยะเวลารับประกัน หากติดตั้งไปแล้ว 2 ปีเกิดแผงเสียหายหรือเกิดเหตุไฟไหม้ จะต้องมีผู้รับผิดชอบดูแลประชาชน

นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นทเอกชนบางรายมองว่าราคาจ้างติดตั้งตามเงื่อนไขโครงการแทบไม่มีกำไรหรือไม่จูงใจให้เข้าร่วมโครงการนั้น ขอตั้งคำถามว่า ภาครัฐจำเป็นต้องออกแบบโครงการเพื่อให้เอกชนได้กำไรสูงสุดหรือไม่ เราขอยืนยันว่ารัฐบาลต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการหลายรายสามารถดำเนินงานตามเงื่อนไขได้ ทำไมอีกหลายบริษัทเขาถึงทำได้ ฝากถึงผู้ประกอบการว่า ขอให้ประเมินกำลังและความพร้อมของบริษัท หากติดตั้งได้ 5 หลัง ก็ให้เริ่มทำ 5 หลัง เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจึงรับงานเพิ่ม ผู้เลือกผู้ประกอบการคือประชาชน ไม่ใช่รัฐบาล ประชาชนสามารถเลือกบริษัทต้องการให้เข้าติดตั้งได้เอง ส่วนบทบาทของการไฟฟ้า การไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้บริการแบบ One Stop Service เมื่อประชาชนติดตั้งระบบเสร็จแล้ว การไฟฟ้าจะดำเนินการเชื่อมต่อระบบ เปลี่ยนมิเตอร์ และรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชน

นายพลพีร์ กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการ ขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 70,000 ราย ประมาณ 35% หรือเกือบ 40% เชำระเงินสด ไม่ต้องกู้เงินจากธนาคาร โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นโครงการที่ดี เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง และเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะครัวเรือนค่าไฟฟ้าสูง ถ้าสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500 ยูนิต จะเป็นเงินประมาณ 2,000 บาท เป็นยอดที่ประชาชนประหยัดได้ทันที หากสามารถประหยัดค่าไฟได้เดือนละประมาณ 2,000 บาท จะประหยัดค่าไฟได้ 24,000 บาทต่อปี เมื่อคำนวณระยะยาวเป็นเงินลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนได้ ส่วนประชาชนใช้ไฟฟ้าไม่มาก หรือไม่ได้ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน เข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน เนื่องจากไฟฟ้าที่ผลิตได้กลางวันและไม่ได้ใช้ภายในบ้าน ขายคืนให้กับการไฟฟ้าได้ ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

กรณีพรรคประชาชนออกระบุว่า บริษัทรับติดตั้งโซล่าเซลล์ขึ้นทะเบียนส่วนใหญ่ชื่อกรรมการบริหารเชื่อมโยงกัน นายพลพีร์ กล่าวว่า ตอนบริษัทมาขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เราไม่ได้เช็กผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริหาร เพียงแต่เช็กสถานะทางการเงิน วิศวกรบริษัท รวมถึงประสบการณ์มีหรือไม่ กำลังพลในบริษัท ความพร้อมบริการประชาชนมีมากน้อยเพียงใด ขอขอบคุณข้อมูล ต้องตรวจสอบว่าการกระจายตัว หรือทำเช่นนี้รับงานเองหรือไม่ หรือส่งงานต่อให้ใคร จะให้การไฟฟ้าเช็กรายละเอียด

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น