คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุพรรณบุรี · เปลี่ยน

5กระทรวงสางปมขยะพิษ ลั่น30วันชงแผนให้นายกฯ ลุยสกัด-กวาดล้างทั่วปท.

ที่มา: มติชน

5กระทรวงสางปมขยะพิษ ลั่น30วันชงแผนให้นายกฯ ลุยสกัด-กวาดล้างทั่วปท. ภูเก็ตเปิดทางน้ำลงทะเล

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารจากกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี สั่งการให้บูรณาการทำงานแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างเดือดร้อนให้ประชาชนมาก และเป็นการทำงานร่วมกับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

วันนี้เป็นการหารือตามจุดประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทย ไม่ได้เป็นแหล่งทิ้งขยะจากต่างประเทศแน่นอน ซึ่งเป็นข้อสั่งการแรกๆของนายกฯ พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายเข้มงวด สกัดการนำเข้าขยะอิเลคทรอนิกส์เต็มที่ ทั้งนี้ มีการตั้งคณะทำงานที่ดูแลงานในแต่ละด้าน

เช่น ทีมเฉพาะกิจ นำโดย รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ที่กระทรวงนี้มี 50 ทีมลงไปตรวจสอบโรงงานและทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่า ทำถูกต้องตามระเบียบกฎหมายหรือไหม ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำทีมลงพื้นที่ตรวจตามข้อร้องเรียนประชาชน โดยมีทีมซัพพอตในพื้นที่ ทั้งอุตสาหกรรมจังหวัด กรมควบคุมมลพิษ และอีกทีมดูแลนำเข้าหรือส่งออกขยะที่มีพิษอีกครั้งเพื่อป้องกัน

โดยแต่งตั้งอธิบดีกรมศุลกากร และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานร่วมทบทวนมาตรการนำเข้าและส่งออกเศษขยะอิเลคอีกครั้งให้เข้มงวดมากขึ้น ป้องกันตั้งแต่ต้นทาง อีกคณะนำโดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ศุภจี สุธรรมพันธุ์) ดูเรื่องกฎหมาย

“ทุกสัปดาห์จะนำผลการลงพื้นที่และตรวจสอบมาประชุมในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นจะทำข้อสรุปต่างๆ เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน นับจากประชุมวันนี้ แต่ละสัปดาห์จะมีน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลความคืบหน้าของแต่ละทีม ” นางศุภจี กล่าว พาดหัว

นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากอุทกภัยและดินสไลด์ หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงวันที่ 26-29 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และการสัญจรในหลายพื้นที่ โดยเปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายกฯ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงคมนาคม ให้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาด้านคมนาคมที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จ.ภูเก็ต

โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำและเส้นทางคมนาคม ซึ่งจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม จังหวัดภูเก็ต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่กับการวางแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

“การลงพื้นที่ ต.กมลา อ.กะทู้ พบปัญหาสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ ระบบระบายน้ำลงสู่ทะเลมีช่องทางค่อนข้างแคบ ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำจำนวนมากได้ทันเมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเพียง 2-3 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อีกประเด็น สะพานเดิมของกรมทางหลวงมีขนาดเล็ก มีตอม่ออยู่กลางทางน้ำ กีดขวางการไหลของน้ำ เบื้องต้นได้ประสานกรมทางหลวงเร่งปรับปรุงระบบระบายน้ำ ซึ่งมีการสำรวจและจัดทำแบบไว้แล้ว คาดว่าใช้งบประมาณไม่เกิน 50 ล้านบาท พร้อมประสานจังหวัดภูเก็ตหารือร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกลางสำหรับดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายกรมทางหลวงสำรวจและออกแบบแนวทางก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ทดแทนสะพานเดิม โดยให้พิจารณาขยายช่องทางระบายน้ำและออกแบบโครงสร้างสะพานให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาการกีดขวางทางน้ำในอนาคต มอบหมายกรมเจ้าท่าเข้าสำรวจ ขุดลอก และเปิดทางน้ำบริเวณร่องน้ำด้านล่าง เพื่อกำจัดดินตะกอนที่สะสมและเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำออกสู่ทะเล” นายสรรเพชญ กล่าว

ส่วนพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ นายสรรเพชญ ได้ติดตามการดำเนินงานของกรมเจ้าท่า ภายหลังจากได้สั่งการให้นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า มอบหมายสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งแขวงทางหลวงภูเก็ตและแขวงทางหลวงชนบทภูเก็ต บูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อเร่งเปิดทางระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย

โดยเฉพาะบริเวณปากคลองปากบาง ใกล้สะพานคอรัลบีช ซึ่งเป็นจุดระบายน้ำสำคัญลงสู่ทะเล พบสันดอนทรายสะสมกีดขวางทางน้ำ

ส่งผลให้การระบายน้ำจากชุมชนทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กรมเจ้าท่าจึงประสานเทศบาลเมืองป่าตองสนับสนุนเครื่องจักรเข้าขุดเปิดสันดอนทรายบริเวณปากคลองในช่วงน้ำทะเลลด เพื่อเพิ่มช่องทางการไหลของน้ำออกสู่ทะเลให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกำชับให้ติดตามสภาพทางน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

นายสรรเพชญ กล่าวว่า บริเวณปากร่องน้ำที่เชื่อมต่อออกสู่ทะเล ยังพบปัญหาความตื้นเขินจากดิน ทราย และตะกอนที่ไหลลงมาจากพื้นที่ภูเขาในช่วงฝนตกหนัก ประกอบกับกระแสน้ำทะเลพัดพาตะกอนเข้ามาสะสมบริเวณปากร่องน้ำ ส่งผลกระทบทั้งต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำและการสัญจรทางน้ำของประชาชนและผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว จึงมอบหมายกรมเจ้าท่าและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต วางแผนขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยให้สำรวจปริมาณตะกอนที่สะสม กำหนดปริมาณการขุดลอกที่เหมาะสม รวมถึงจัดหาพื้นที่รองรับการนำดินและทรายที่ขุดลอกออกไปทิ้งให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาสภาพร่องน้ำให้สามารถระบายน้ำและรองรับการเดินเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ความคิดเห็น