คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุโขทัย · เปลี่ยน

‘โสภณ’ ยัน รบ.พร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ฝ่ายค้านขอเลื่อนเอง ย้ำซักฟอกไม่ใช่เวทีหลอกด่ากัน

ที่มา: มติชน

โสภณ ยัน รัฐบาลพร้อมตอบซักฟอกตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ฝ่ายค้านไม่พร้อมขอเลื่อนเอง วอนอย่าบิดเบือนความจริงทำประชาชนสับสน ย้ำเวทีนี้ต้องไม่ใช่ ‘เวทีหลอกด่า’ หรือ ‘ซูเอี๋ย’ กัน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ที่มีการมองว่าใช้เวลารอคอยยาวนานถึง 60 วันนับตั้งแต่ยื่นญัตติ ว่ายืนยันว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใด เพราะการเจรจาตกลงกันในกรอบเวลา 4 วันบวก 1 วันนั้น ทางฝ่ายรัฐบาลมีความพร้อมตั้งแต่วันแรกที่มีการตกลงกัน คือช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว แต่เนื่องจากทางฝ่ายค้านเป็นฝ่ายแจ้งว่ายังไม่พร้อม และขอเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนพ.ย. หรือ ธ.ค.ภายในสมัยประชุมนี้ จนกระทั่งตนได้รับมอบหมายให้ไปเจรจาและเคาะวันออกมาเป็นช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. ตามที่เป็นข่าว ซึ่งก็ยังคงใช้กรอบเวลา 4 วันเท่าเดิม

“จะไปบอกว่ามีรัฐบาลชุดเดียวที่ยื้อแล้วไม่อภิปราย ทอดเวลาให้มันยาวนานนั้น ไม่ใช่ความจริง รัฐบาลเขาพร้อมตอบตั้งแต่เดือนนั้นแล้ว แต่ติดเรื่องภารกิจงาน อยากให้ทำความเข้าใจกันใหม่ เพราะการพูดโดยไม่อยู่บนข้อเท็จจริงมีแต่จะทำให้ประชาชนสับสน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติผมพูดตามตรงและตรงไปตรงมา ไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น” นายโสภณกล่าว

นายโสภณ กล่าวถึงข้อตกลงเรื่องกรอบเวลาในการประชุมว่า ล่าสุดจากเดิมที่ตกลงกันว่าจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. และเลิกเที่ยงคืน ทางฝั่งผู้เกี่ยวข้องกลับมีการขยายเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 72 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นมาอีกราว 12 ชั่วโมง ซึ่งตนมองว่าเริ่มไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันไว้ตั้งแต่ต้น

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน การตรวจสอบการทำงานถือเป็นเรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย แต่หากสังคมหรือทุกฝ่ายตั้งธงให้ทั้งสองฝ่ายเป็นคู่ขัดแย้งกันตลอดเวลา จะทำให้การขับเคลื่อนประเทศเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

“ผมอยากเห็นความร่วมมือที่แท้จริง ซึ่งความร่วมมือที่ว่านี้ไม่ใช่การ ‘ซูเอี๋ย’ กัน แต่เป็นการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง และเวทีนี้ต้องไม่ใช่เวทีหลอกด่ากันไปมาอย่างที่ผมพูดบ่อย ๆ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้แก่ฝ่ายใดเลย” นายโสภณ กล่าว

ความคิดเห็น