คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุโขทัย · เปลี่ยน

รองนายกฯ “เอกนิติ” สั่งบูรณาการรับมืออุทกภัยภาคกลางเชิงรุก จี้ผู้ว่าฯ ทำ Check List เตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย เร่งพร่องน้ำป้องพื้นที่เศรษฐกิจ-กทม.

ที่มา: thaiarunnewsอ่านแล้ว: 1

กรุงเทพฯ – 22 กันยายน 2569 – เมื่อเวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 108 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า จากเหตุฝนตกหนักในช่วงวันที่ 18-20 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นในอัตรา 1,000 – 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 0.5 – 1.5 เมตร ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร เพื่อเป็นการรับมือเชิงรุก รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับเกณฑ์ควบคุมปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้มีความยืดหยุ่นตามเส้นทางพายุและพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7-15 วัน พร้อมเร่งพร่องน้ำในลำน้ำสายหลักและคลองสาขาก่อนช่วงฝนตกหนัก รวมถึงกระจายการระบายน้ำทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสมดุล เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดทำ Check List เตรียมความพร้อมทั้งด้านเครื่องจักรกล ศูนย์พักพิง และการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอให้เกิดภัย ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการฯ ได้เน้นย้ำถึงการบริหารจัดการมวลน้ำที่ไหลผ่านสถานี C.2 (จังหวัดนครสวรรค์) ลงมารวมกับแม่น้ำสะแกกรัง โดยให้หน่วยปฏิบัติเตรียมหน่วงน้ำและผันน้ำเข้าทุ่งรับน้ำทั้งฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งกำชับว่าต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีบ้านเรือนประชาชน เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี รวมถึงต้องวางแผนปกป้องพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรให้รัดกุมที่สุด ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ จะนำข้อสั่งการทั้งหมดไปบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้ามาตรการบริหารจัดการน้ำภาคกลางอย่างเป็นรูปธรรม และปกป้องพี่น้องประชาชนจากวิกฤตอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง

ความคิดเห็น