‘ภาณุ’ เรียงร้อย ‘เตมูจิน’ เบลนด์ นิยายผสมสารคดี เปิดมุมใหม่ ‘เจงกิสข่าน’ มองลึก ปวศ.มองโกเลีย
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (Book Expo Thailand 2026) ภายใต้แนวคิด “Unread Messages – คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’”
บรรยากาศเวลา 11.30น. ที่บูธ JO2 สำนักพิมพ์มติชน ซึ่งมาในธีม ‘Bloom เติบโตไปด้วยกัน’ มีผู้อ่านทยอยเลือกซื้อหนังสืออย่างคับคั่ง โดยปีนี้สำนักพิมพ์มติชนจัดเต็มหนังสือปกใหม่ที่ครอบคลุมประเด็นร่วมสมัย พร้อมผลงานจากนักเขียนหลากหลายวงการ และกิจกรรม Meet & Read เปิดโอกาสให้ผู้อ่านพบปะพูดคุยกับนักเขียนและนักแปลอย่างใกล้ชิด
เวลาประมาณ 14.00น. ผศ.ดร.ภาณุ ตรัยเวช ผู้เขียนหนังสือ เตมูจิน มหานทีแห่งถ้อยคำ ร่วมแจกลายเซ็น
ผศ.ดร.ภาณุ กล่าวว่า หนังสือเรื่อง เตมูจิน มหานทีแห่งถ้อยคำ เป็นสารนิยายที่ผสมผสานระหว่างสารคดีกับนวนิยาย ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์มองโกเลียในยุคของเจงกิสข่าน จักรพรรดิมองโกลผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งสามารถรวบรวมชนเผ่าต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน จนก่อตั้งเป็นจักรวรรดิมองโกล และเคยขยายอาณาเขตจนเป็นจักรวรรดิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง
“เรื่องนี้จริง ๆ มันจะไม่ได้ ดูในเรื่องของสงครามในขณะนั้น แต่จะพูดถึงเรื่องศาสนา เพราะพอมันมีดินแดนที่มันกว้างใหญ่ไพศาล มันก็จะมีคนจากหลายเชื้อชาติ หลายศาสนามาอยู่ด้วยกัน และตัวเจงกิสข่านในเรื่อง พยายามหาว่าจะเข้าใจคนที่หลากหลายศาสนาได้อย่างไร และจะเอาศาสนาอะไรมาใช้ปกครองบ้านเมืองดี”ผศ.ดร.ภาณุ กล่าว
ผศ.ดร.ภาณุ กล่าวต่อว่า คำว่ามหานทีแห่งถ้อยเป็นชื่อของคัมภีร์ในศาสนาหนึ่งที่อยู่ในดินแดนนั้น ซึ่งมีความเชื่อว่า คัมภีร์ทางศาสนา มันเหมือนกับทะเลแห่งถ้อยถ้อยคำ มันเป็นสิ่งที่รวมกันของคำพูดของความคิด ของความเชื่อของวิทยาการต่างๆ
หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน ผศ.ดร.ภาณุ กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีเรื่องของสงคราม ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเชื้อชาติหรือศาสนา
“นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากจะให้เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วศาสนาไม่ได้มีขึ้นเพื่อให้เราทำสงครามกันหรือเชื้อชาติมันไม่ได้มีขึ้นเพื่อให้เราแบ่งเขาแบ่งเรา” ผศ.ดร.ภาณุ กล่าว
ผศ.ดร.ภาณุ กล่าวถึงความยากในการเขียนเรื่องนี้ว่า เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างสารคดีกับนวนิยาย ความยากคือต้องมีความเป็นเรื่องแต่งอยู่ เพราะเรื่องแต่งมันมีปม มีประเด็นมีทำให้สนุก แต่ในขณะเดียวกันก็อยากที่จะเล่าประวัติศาสตร์ให้ตรงกับความเป็นจริงที่สุด
“ความยากคือความบาลานซ์ว่าเราจะเล่าเรื่องแต่งแค่ไหน และเราจะใส่ประวัติศาสตร์ลงไปแค่ไหน ให้มันกำลังพอดี”ผศ.ดร.ภาณุ กล่าว
ส่วนตัวละครในเรื่องที่ชวนติดตาม นอกจากตัว เจงกิสข่าน ผศ.ดร.ภาณุ กล่าวว่า นอกจากตัว เจงกิสข่าน จะมีกุนซือของเขา ถือเป็นที่ปรึกษาทางด้านสังคม ชื่อว่าเยลือ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีจริงในประวัติศาสตร์
“จะเป็นเรื่องราวของเยลือกับลูกศิษย์ ของเยลืออีกทีนึงที่พูดคุยกันว่า ตกลงแล้วที่ผ่านมาเจงกิสข่านเคยสนใจศาสนาอะไรบ้างและศาสนาต่าง ๆ มีที่มาที่ไปอย่างไร ในขณะเดียวกันตัวลูกศิษย์ก็มีความสงสัยในอาจารย์อยู่เล็กน้อย เพราะเยลือในเรื่องตอนนั้นกำลังติดคดีบางอย่างอยู่ มันเป็นคดีอะไร หรือมันนำไปสู่การพลิกผันอย่างไร ต้องติดตาม”ผศ.ดร.ภาณุ กล่าว