คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสุโขทัย · เปลี่ยน

“กรมทะเล” เตือนภัย ขยะทะเล วอนหยุดทิ้ง=หยุดฆ่าชีวิตสัตว์ทะเล

ที่มา: ข่าวสด

“กรมทะเล” เตือนภัย “ขยะ” ภัยเงียบมหาสมุทร หยุดทิ้ง = หยุดฆ่าชีวิตสัตว์ทะเล สกัดทะเลไทยเป็นบ่อขยะของโลก กระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

31 ต.ค. 69 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และฐานข้อมูลความรู้ทางทะเล (Marine Knowledge Hub) เปิดเผยว่า ขยะจำนวนมากกว่าร้อยละ 80 มีต้นกำเนิดจากกิจกรรมบนบก ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ง่าย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแนวปะการัง สัตว์ทะเลหายาก และระบบนิเวศเปิดเผยข้อมูล

มีขยะขนาดมหาศาลกว่า 20 ตันที่ถูกมรสุมพัดเข้าสู่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ชายหาดท่องเที่ยวคิดเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เป็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึง “ขยะทะเล” ของเสียและสิ่งของที่มนุษย์ทิ้งลงสู่แหล่งน้ำและทะเล ทั้งจากบนฝั่งผ่านแม่น้ำ ลม กระแสน้ำ และจากกิจกรรมในทะเล

อีกฟากทะเลอันดามัน ”เต่ากระ“ วัยเด็กกำลังดิ้นรนท่ามกลางพันธนาการของอวนประมง ขยะทะเลที่ถูกทิ้งกลางทะเลแถวอุทยานแห่งชาติตะรุเต่า จ.สตูล เต่ากระตัวนี้จะโชคดีที่มีคนมาเจอก่อนที่จะขาดใจตาย แต่ยังเต่าทะเลปีละ 200-250 ตัวของไทยไม่มีโอกาสขอชีวิต

หากจำแนกประเภทขยะที่พบมากที่สุดในทะเลไทย อันดับต้นขวดพลาสติกเครื่องดื่ม 22% ถุงพลาสติกหรือถุงหูหิ้ว 19.42 % ขวดแก้ว 10.96% ถุงขนมและเปลือกลูกอม 7.97% เศษโฟมและกล่องโฟมบรรจุอาหาร 14.47% ส่วนที่เหลือเป็นกระป๋องเครื่องดื่ม หลอด ฝาพลาสติก เครื่องมือประมง เช่น เศษเชือก แห และอวน

4 ล้านชิ้น คือตัวเลขการจัดเก็บขยะบริเวณชายฝั่งทะเลในปี 2569 ของทช. ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวม 147 พื้นที่ใน 24 จังหวัดที่จัดเก็บขยะที่ตกค้างออกจากระบบนิเวศชายฝั่งทะเลได้รวม 202,863,51 กิโลกรัม หรือ 203 ตัน

น่าเป็นห่วงว่า 5 อันดับแรกยังคงพบว่า 73.5% เป็นขยะประเภทพลาสติก รองลงมา 26.9 % พบเป็นหีบห่อบรรจุภัณฑ์อาหารพลาสติกบาง เช่น ขนมขบเคี้ยว ส่วน 15.1% ขวดเครื่องดื่ม กระป๋องเครื่องดื่ม (พลาสติก) ส่วน 7.8% แก้วน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง อีก 5.5% กล่อง จาน ชาม ถ้วย พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทำให้ขยะหลายหมื่นตันยังคงอยู่ในทะเลแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกจนกลายเป็นภัยเงียบต่อสัตว์ทะเล โดยขยะแค่เพียง 1 ชิ้นที่ทิ้ง อาจเป็นอันตรายต่ออีกหลายชีวิตในท้องทะเลได้

สอดคล้องกับสถิติปี 2568 ของ ทช.สัตว์ทะเลหายากต้องสังเวยชีวิตไปกว่า 300 ตัว จากปัญหาขยะ โดยเฉพาะ “เต่าทะเล” ที่ได้รับผลกระทบสูงถึง 284 ตัว จากเต่าเกยตื้นทั้งหมด 665 ตัว คิดเป็นกว่า 42.7% รูปแบบผลกระทบที่พบมากที่สุดคือ การกินขยะ 59.9% ตามมาด้วย การพันรัด 28.5%

“เต่าบางตัวติดอวนขยะทะเล จนเกิดอาการเลือดจาง หรือขาดสารอาหาร เพราะเวลาที่ติดอวนจะไม่ได้กินอาหาร แต่บางตัวโชคร้ายเสียแขนขาไป โดยศูนย์ช่วยชีวิตแห่งนี้ มีเต่าพิการจากการติดเครื่องมือประมงเกือบ 30 ตัวที่ไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ”

นายสัตวแพทย์ธนพันธุ์ ชมชื่น นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) บอกถึงภารกิจดูแลเต่าทะเล ในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก จ.ระยอง

เขาบอกอีกว่า เต่าทะเลตามธรรมชาติที่ได้รับบาดเจ็บติดขยะทะเล หลังจากได้รับการช่วยเหลือจะถูกส่งมารักษาฟื้นฟูประมาณ 3 เดือน แต่ละตัวมีอาการแตกต่างกัน เต่าบางตัวติดอวนขยะทะเลจนเกิดอาการเลือดจาง บางตัวต้องเสียแขนขาเป็นเต่าพิการ ส่วนเต่า 4 ตัวนี้โชคดีที่มีโอกาสได้กลับคืนทะเล

“ปัญหาของขยะทะเลกับสัตว์ทะเลหายาก โดยเฉพาะตัวเต่าทะเล เป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่ทำให้เต่าทะเลเกยตื้นแล้วตาย ดังนั้นทุกคนช่วยอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากได้ง่ายๆ ด้วยการช่วยกันลดขยะ เพราะนั่นคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้สัตว์ทะเลหายากเหล่านี้ป่วย บาดเจ็บ แล้วมาเกยตื้นเป็นอันดับแรก เมื่อเทียบกับสาเหตุอื่นๆที่ทำให้สัตว์ทะเลตาย”

ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางทะเล การใช้ทรัพยากรเกินขีดความสามารถของธรรมชาติ แรงกดดันจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทช.) วางเป้าหมายจัดการขยะทะเลและขยะชายฝั่งอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้แนวทาง 4R เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะนำขยะทะเลที่ไร้ค่ามาแปรรูปและพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมใหม่ (Upcycling)

ขยะทะเลจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหารของประเทศ วันนี้ทุกอย่างเริ่มต้นจากตัวเราหยุดทิ้งขยะเพียง 1 ชิ้นก่อนทะเลไทย จะกลายเป็นบ่อขยะของโลก

ความคิดเห็น