‘วัดอรุณฯ’ เดินหน้าขึ้นมรดกโลกลุ้นICOMOS ตรวจเอกสาร ก่อนเข้าประเมินพื้นที่ใน 1 ปี
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พระราชวชิรรัตนาภรณ์ หรือ “เจ้าคุณชุมพร” เจ้าคณะแขวงวัดอรุณ รองเจ้าอาวาสและเลขานุการวัดอรุณราชวราราม เปิดเผยว่า ภายหลังการจัดงานพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค วันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งจะมีการจัดนิทรรศการนำเสนอคุณค่าของวัดอรุณฯ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความสัมพันธ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์และชุมชนโดยรอบ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นมรดกโลก ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ หรือ ICOMOS พิจารณาเอกสารเสนอขึ้นทะเบียน
“คาดว่าจะใช้เวลาตรวจเอกสารประมาณ 1 ปี ก่อนที่ผู้แทนจากยูเนสโก จะเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่จริง เพื่อพิจารณาคุณค่าและความพร้อมของแหล่งมรดกที่เสนอขึ้นทะเบียน ระหว่างนี้ วัดอรุณฯ จึงใช้เวลาเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ทั้งการดูแลรักษาโบราณสถาน การจัดระเบียบพื้นที่ การอนุรักษ์แนวกำแพงวัด ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับหน่วยงานและชุมชนโดยรอบ” พระราชวชิรรัตนาภรณ์ กล่าว
พระราชวชิรรัตนาภรณ์ กล่าวต่อว่า กรอบการดำเนินงานตามแผน วางไว้ประมาณ 5 ปี โดยการดำเนินการมาแล้วกว่า 3 ปี อย่างไรก็ตาม การขึ้นทะเบียนอาจใช้เวลามากกว่ากรอบที่กำหนดก็ได้ สิ่งสำคัญกว่าการเร่งให้สำเร็จตามกำหนด คือการทำให้วัดมีความพร้อมและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริงโดยเฉพาะการอนุรักษ์แนวกำแพงซึ่งเป็นขอบเขตของวัด รวมถึงชุมชนหลังวัดและโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่
“หนึ่งประเด็นสำคัญคือการสร้างความเข้าใจกับโดยเฉพาะโรงเรียนและชุมชนถือเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับคุณค่าของวัดอรุณฯ ไปสู่คนรุ่นใหม่ โดยนักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในฐานะมัคคุเทศก์น้อยหรือผู้ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมให้แก่นักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมของโรงเรียนยังช่วยเชื่อมโยงวัดเข้ากับครอบครัวและชุมชน เพราะเมื่อเด็กเข้าใจความสำคัญของการอนุรักษ์ ก็สามารถนำความรู้ไปสื่อสารกับผู้ปกครองและคนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง” พระราชวชิรรัตนาภรณ์ กล่าว
พระราชวชิรรัตนาภรณ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราต้องทำคือ อธิบายให้เข้าใจว่า การเป็นมรดกโลกเป็นการทำให้การอนุรักษ์มีกรอบที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้คุณค่าดั้งเดิมของโบราณสถานเสื่อมสลายหรือถูกเปลี่ยนแปลงไป การสร้างความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะยังมีแหล่งโบราณสถานหลายแห่งที่อาจมีคุณสมบัติเหมาะสม แต่ยังลังเลที่จะเสนอขึ้นทะเบียน เนื่องจากกังวลเรื่องอำนาจการบริหารและผลกระทบต่อวิถีการดำเนินงานของวัด สำหรับวัดอรุณฯ การผลักดันให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจึงไม่ใช่เพียงการสร้างชื่อเสียงให้กับวัด แต่เป็นความพยายามรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของไทยให้คงอยู่ พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างวัด หน่วยงานภาครัฐ ชุมชน โรงเรียน และประชาชน เพื่อให้การอนุรักษ์เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน