“ฐิติมา” ชี้สงขลามีศักยภาพ แต่ต้องเชื่อม "งานวิจัย–พื้นที่–เอกชน" ให้เกิดผลจริง
วันที่ 15 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางฐิติมา ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานจังหวัดสงขลา พบว่า จังหวัดมีศักยภาพทั้งมหาวิทยาลัย งานวิจัย อุทยานวิทยาศาสตร์ นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ และภาคเอกชน แต่สิ่งที่ยังเป็นช่องว่างสำคัญคือ การเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและการนำงานวิจัยไปใช้ในพื้นที่จริง
แม้อุทยานวิทยาศาสตร์จะมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่น่าสนใจ และมีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับไม่ใหญ่ และยังไปไม่ถึงชุมชนและเศรษฐกิจของพื้นที่อย่างเต็มที่ ขณะที่หลายหน่วยงานมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกัน แต่ยังขาด “เจ้าภาพ” ที่จะเชื่อมทุกฝ่ายให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีผู้เข้าจับจองเพียงประมาณ 19% และยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ ขณะที่อีกประมาณ 81% ยังรอผู้ประกอบการ โดยข้อจำกัดสำคัญประการหนึ่งคือราคาที่ดินที่ค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบวกจากการพัฒนา ท่าเรือสงขลา ทั้งการลงทุนของภาคเอกชนในปั้นจั่นหน้าท่าใหม่ 2 ตัว มูลค่าตัวละประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้า รวมถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 อนุมัติงบประมาณ 133 ล้านบาท สำหรับขุดลอกร่องน้ำทะเลสาบสงขลาให้มีความลึก 9 เมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือ และสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
นางฐิติมา กล่าวว่า สงขลาไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่สิ่งที่ยังขาดคือการเชื่อมต่อ เรามีมหาวิทยาลัย มีงานวิจัย มีอุทยานวิทยาศาสตร์ มีนิคมอุตสาหกรรม มีท่าเรือ และมีภาคเอกชน สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ทั้งหมดเชื่อมกัน และทำให้งานวิจัยออกจากมหาวิทยาลัยไปถึงผู้ประกอบการ ชุมชน และสร้างเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ได้จริง
คณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อเท็จจริงจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปพิจารณาว่า กลไกด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะช่วยเชื่อมหน่วยงานและผลักดันศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร