คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangสงขลา · เปลี่ยน

“สรรเพชญ” เร่งยกระดับท่าเรือสงขลา สู่ฮับโลจิสติกส์อ่าวไทย ...

ที่มา: TOP NEWSอ่านแล้ว: 1

วันที่ 30 ส.ค. 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลา เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ ขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยมีนายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า นายวัฒนชัย เรืองเลิศปัญญากุล ผู้อำนวยการท่าเรือสงขลา และหน่วยงานในสังกัดร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล ณ ท่าเรือน้ำลึกสงขลา จังหวัดสงขลา นายสรรเพชญ กล่าวว่า ท่าเรือสงขลาเป็นท่าเรือเศรษฐกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เป็นช่องทางการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ โดยการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่และปริมาณตู้สินค้า รวมทั้งแก้ไขปัญหาข้อจำกัดร่องน้ำตื้นเขิน โดยในปีงบประมาณ 2570 กรมเจ้าท่าได้รับการจัดสรรงบประมาณ 120 ล้านบาท สำหรับขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำท่าเรือสงขลา ปริมาณ 1.3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อให้เรือขนส่งสินค้าเข้า-ออกท่าเรือได้สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วขึ้น

จากเดิมท่าเรือสงขลามีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ยกขนตู้สินค้าและความลึกของร่องน้ำ ทำให้ที่ผ่านมายางพาราจำนวน 2 ล้านตัน คิดเป็น 70% ของผลผลิตต่อปีในภาคใต้ ถูกส่งออกผ่านท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยไม่ผ่านท่าเรือสงขลา เนื่องจากการส่งออกยางพาราผ่านท่าเรือสงขลาไปต่างประเทศต้องส่งผ่านท่าเรือสิงคโปร์ ทำให้ปัจจุบันการส่งออกยางพาราผ่านท่าเรือสงขลาคิดเป็น 5% ของการส่งออกยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ การพัฒนาและปรับปรุงท่าเรือสงขลาในครั้งนี้ ซึ่งมีการติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า (Ship to Shore Crane : STS) จำนวน 2 ตัว และการปรับปรุงในส่วนอื่น ๆ จะทำให้เรือสินค้าสามารถรับยางพาราจากท่าเรือสงขลาส่งออกโดยตรงไปสู่จีน เกาหลี และญี่ปุ่น เป็นการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการ และทำให้ยางพาราที่ถูกส่งออกผ่านท่าเรือปีนังอย่างน้อย 50% กลับมาส่งออกผ่านท่าเรือสงขลาแทน ส่งผลให้ปริมาณสินค้าท่าเรือสงขลาเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านตันต่อปี เป็น 4 ล้านตันต่อปี และตู้สินค้าเพิ่มจาก 150,000 TEU ต่อปี เป็น 450,000 TEU ต่อปี ภายใน 5–6 ปี ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2570 ในการขุดลอกร่องน้ำท่าเรือสงขลา จำนวน 133 ล้านบาท เพื่อขุดลอกตะกอนสะสมร่องน้ำเดิมซึ่งยังไม่เคยมีการขุดลอกมาก่อน ปริมาณ 1.4 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่กรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณ 120 ล้านบาท เพื่อให้มีงบประมาณรวมทั้งสิ้น 253 ล้านบาท และขุดลอกร่องน้ำได้ปริมาณตะกอนดินรวม 2.7 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับการขุดลอกร่องน้ำเพื่อรักษาความลึกใช้งานไม่น้อยกว่า -9 เมตร เมื่อวัดจากระดับน้ำลงต่ำที่สุดได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี และเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 ซึ่งมีมติให้บำรุงรักษาร่องน้ำให้มีความลึกไม่น้อยกว่า -9 เมตรตลอดปี ซึ่งจะทำให้ท่าเรือสงขลาสามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพ

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาและปรับปรุงท่าเรือสงขลา มีแผนเปิดใช้งานในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งจะทำให้ท่าเรือสงขลาสามารถเป็นประตูการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของภาคใต้ สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคใต้ มีการพัฒนาอุตสาหกรรม เพิ่มการจ้างงาน ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มการส่งออกยางพาราและสินค้าเกษตรแปรรูป รวมทั้งสินค้าอื่น ๆ ในส่วนข้อเสนอการขุดลอกร่องน้ำของภาคเอกชนนั้น ได้มอบให้กรมเจ้าท่าจัดทำคำขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 เพิ่มเติม วงเงินประมาณ 133 ล้านบาท โดยดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน นายสรรเพชญ ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อยกระดับให้เป็นประตูการค้าอ่าวไทยตอนล่าง ซึ่งการพัฒนาและปรับปรุงท่าเรือสงขลาในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มปริมาณการรองรับตู้สินค้าและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกไทย และสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง

อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

ความคิดเห็น