บิ๊กดุลย์ ลุยน้ำท่วม 3 วันติด เร่งเคลียร์ขยะร่มเกล้าให้จบ 2 วัน จี้เสริมเครื่องสูบน้ำ ฟลอร่าวิลล์ ชี้ น้ำหนองจอกเริ่มลด เดินหน้าคืนชีวิตปกติให้ชาวกรุง
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการฟื้นฟูชุมชนเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน
โดยตรวจเยี่ยมเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง และหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พบความคืบหน้าทั้งการจัดการขยะชิ้นใหญ่หลังน้ำลดและการเร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว
ที่เคหะชุมชนร่มเกล้า คณะได้ติดตามการจัดการขยะชิ้นใหญ่บริเวณลานรวบรวมขยะของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งระดมเครื่องจักรกลหนัก ทั้งรถแทรกเตอร์ รถตัก รถขุด และรถบรรทุกขนาดใหญ่ เข้าขนย้ายขยะและสิ่งของที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยตั้งเป้าเคลียร์ขยะสะสมให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน
ภารกิจดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร ภาคเอกชน และเครือข่ายจิตอาสาจังหวัดนครราชสีมา โดยผู้ประกอบการ ได้แก่ SDLG, MAXANI, World Tractor และบริษัท พลังไทย จำกัด สนับสนุนเครื่องจักรและยานพาหนะจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนย้ายขยะจำนวนมากให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
พล.ท.อดุลย์ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการและจิตอาสาจากจังหวัดนครราชสีมา ที่นำกำลังคนและเครื่องจักรมาช่วยเหลือประชาชน พร้อมย้ำว่าการฟื้นฟูหลังน้ำลดมีความสำคัญไม่ต่างจากการช่วยเหลือขณะเกิดอุทกภัย เพราะประชาชนจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อเมื่อชุมชนได้รับการฟื้นฟูอย่างทั่วถึงและมีสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย
ขณะที่นายไทวุฒิ กล่าวขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมที่สนับสนุนกำลังพล เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และเครื่องจักรกลหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การอพยพประชาชน การระบายน้ำ ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ช่วยให้กรุงเทพมหานครเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
จากนั้น รมว.กลาโหมและคณะตรวจการปฏิบัติงานเรือผลักดันน้ำของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 ลำ บริเวณคลองลำกอไผ่ ก่อนลงเรือสำรวจเส้นทางน้ำมุ่งหน้าคลองลำปลาทิว เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ สภาพคลอง และชุมชนริมสองฝั่ง พร้อมพิจารณาความเหมาะสมในการเพิ่มจุดติดตั้งเรือผลักดันน้ำบริเวณวัดทิพพาวาส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากคลองสาขาสู่คลองสายหลักที่เชื่อมโยงกับคลองประเวศบุรีรมย์และลุ่มน้ำบางปะกง
ส่วนหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ ถนนสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1,800 ครัวเรือน คณะได้ติดตามความคืบหน้าการระบายน้ำ รับฟังรายงานจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย และตรวจสอบระบบสูบน้ำ
โดยพบว่าระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงจากการดำเนินงานที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บางจุดยังมีน้ำท่วมขังสูงจนรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่จึงขอรับการสนับสนุนรถสูบน้ำระบบไฮดรอลิกเพิ่มเติม 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
พล.ท.อดุลย์ ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรงถึงปัญหา อุปสรรค และความต้องการสนับสนุนเพิ่มเติม พร้อมเน้นย้ำให้รับฟังข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อให้การจัดสรรเครื่องมือและทรัพยากรของรัฐบาลตรงกับปัญหาและความจำเป็นเร่งด่วน
ขณะที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาบูรณาการการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ และผู้แทนชุมชน เพื่อติดตามสถานการณ์และปรับแผนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และฝนที่อาจตกเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 10–12 ตุลาคม 2569 เพื่อเตรียมมาตรการรองรับและป้องกันไม่ให้สถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้น
รมว.กลาโหมย้ำว่า การลงพื้นที่ต่อเนื่องตลอด 3 วันทำให้เห็นทั้งความคืบหน้าและปัญหาที่ยังต้องเร่งแก้ไข โดยแต่ละพื้นที่มีสภาพปัญหาแตกต่างกัน พื้นที่น้ำลดต้องเร่งฟื้นฟู ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังต้องเร่งระบายน้ำและดูแลประชาชนควบคู่กัน พร้อมให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติงาน โดยกระทรวงกลาโหมและกองทัพพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่
“จุดไหนมีปัญหา ต้องแก้ให้ตรงจุด ติดตามให้เห็นผล เพราะเป้าหมายของเราคือคืนชีวิตปกติให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด”